ศพข้างทาง4 จบ

posted on 31 Aug 2013 07:21 by hangma directory Fiction

ประโยคนั้นของเพื่อนสาวทำให้ตัวของ นิษายืนชาไปทั้งร่าง กระแสความหวาดกลัววิ่งเข้าไปจู่โจมจิตใจราวกับกระแสไฟฟ้า หญิงสาวตัวแข็งทื่อจนเพื่อนร้องเรียกนั่นแหละถึงได้ยิน

 

       “เราจะทำยังไงกัน ดาว ตอนนี้ก็เหลือฉันกับวัชเท่านั้นที่มันจะแก้แค้น ฉันยังไม่อยากตายนะ” นิษาพูดลิ้นระรัว

 

        “ใจเย็นๆ นิ พรุ่งนี้เราจะไปทำบุญกันฉันรู้จักพระวัดหนึ่ง หลวงพ่อท่านมีบารมีมากรับรองท่านต้องช่วยเราได้แน่ๆอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะ เช้าแล้ว รีบนอนเถอะ”

 

        “แต่ฉันกลัว ดาวฉันไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้เลย” นิษาร้องไห้ฟูมฟาย

 

       “ใจเย็นๆเถอะ นิ เราต้องผ่านมันไปให้ได้” เพื่อนสาวปลอบ ก่อนที่ทั้งคู่จะนอนกอดกันหลับไป จนถึงเช้า

 

 

        สิ่งแรกที่ สองสาวทำทันทีหลังจากตื่นมาในตอนเช้า นันคือการไปเยี่ยม ธวัชชัยที่โรงพยาบาล ชายหนุ่มยังพูดไม่ได้ ได้แต่คุยโต้ตอบผ่าน กระดาษเท่านั้น และเมื่อรู้ว่า ชินวรณ์ เสียชีวิตชายหนุ่มก็มีสีหน้าหวาดกลัวอย่างสุดขีด ร้องครางราวกับอยากจะพูดบอกอะไรกับทั้งนิษา และดาริณ แต่ทั้งสองต้องเดินทางไปวัด จึงจากชายหนุ่มมาอย่างเร่งรีบ วัดที่ดาริณพานิษาเดินทางมา อยู่ที่อำเภอหนึ่งห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ห้าสิบกิโลเมตร เป็นวัดป่า แต่ไม่พบท่านพระครูเพราะท่านติดกิจนิมนต์ที่ต่างจังหวัดทั้งสองจึงได้ทำบุญถวายสังฆทานกับพระลูกวัดแล้วก็กลับมา

 

        “เสียดายจังเลย ท่านพระครูไม่อยู่” ดาริณพูดขณะขับรถ

  

        “แต่อย่างน้อยฉันก็สบายใจไปได้บ้าง ที่ได้ทำบุญให้กับวิญญาณที่ฉันกับธวัชขับชน”

 

         “นี่ นิ เธอจะไม่ลองสืบ หน่อยเหรอ ว่าคนที่เธอชนเขานะเป็นใคร บางทีที่เขาแค้น เพราะเขาต้องมา ตายเพราะยังมีห่วงครอบครัว ถ้าเราสืบจนรู้ว่าเขาเป็นใคร อยู่ที่ไหนและให้เงินชดเชยเงินกับครอบครัวของเขา คงจะช่วยให้วิญญาณ ไปสู่สุขติได้”

 

        คำแนะนำของดาริณทำให้เหมือนว่าเพื่อนสาวมาเปิดไฟสมองที่มืดทึบของนิษาให้สว่างไสวเหมือนมีทางออกในอุโมงค์ที่มืดมิด

 

        จริงสิ เธอเอาแต่เครียดและหวาดกลัว แต่เธอลืมแก้ที่ต้นเหตุของปัญหา เธอและธวัชขับรถชนคนตาย แต่กลับหนีปัญหาทิ้งศพให้นอนตายอยู่ข้างถนนอย่างโหดร้ายวิญญาณคงมีห่วงจึงอาฆาตพวกเธอ

 

        “จริงสิ ดาว ฉันมัวแต่กลัว ลืมนึกไปถึงเรื่องนี้เสียสนิท แต่ว่าเราจะไปสืบที่ไหนล่ะ”

 

       “เดี๋ยวฉันจะโทรไปถาม ตำรวจก่อนถ้าชนที่นั่นจริง เขาต้องมีประวัติอยู่ที่นั่นแน่”

 

       “อื่ม” นิษาพยักหน้าเห็นด้วย ทั้งสองแวะร้านกาแฟ เพื่อหาอะไรรองท้อง นิษาไม่รู้สึกหิวเพียงจิบกาแฟในแก้ว มองดูเพื่อนสาว ที่ยืนคุยโทรศัพท์ห่างออกไปไม่มาก แล้วดาริณก็เดินเข้ามาในร้าน

 

        “ว่าไงบ้าง ตำรวจรู้ไหมว่าเขาเป็นใคร”

 

       “ไม่เลย นิ ทางตำรวจบอกว่าไม่มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นเลยในวันนั้น” ดาริณบอกกับเพื่อน แน่นอนเธอจำวันแต่งงานของเธอได้ดีเพราะเพิ่งผ่านมา ห้าเดือนเอง

 

        “อะไร ไม่มีคนตายเหรอ” เธอเพลอร้องเสียงดัง เพราะแปลกใจไม่มีคนตายได้อย่างไรในเมื่อเธอเห็นเต็มสองตา

 

        “ใช่ วันนั้น ตำรวจไม่ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนตาย เลย วันต่อมาก็ไม่มี”

 

        “แต่ฉันเห็น จริงๆนะ ว่าเขานอนตายจมกองเลือดอยู่ข้างถนน”

 

        “ฉันก็ไม่เข้าใจ แต่ตำรวจบอกว่าที่นั่นเกิดเหตุบ่อยมากๆ พวกเขามักขับรถตรวจอยู่เสมอ เป็นไปไม่ได้แน่ที่จะเกิดเหตุแล้วตำรวจจะไม่รู้ หรือถ้ามีคน แจ้งรถพยาบาลมารับ ยังไงเขา ก็ต้องแจ้งบอกตำรวจในท้องที่ ให้รู้อยู่ดี”

 

        “แล้วมันยังไงกันเนี่ย ฉันงงไปหมดแล้ว” นิษาว่า ดาริณมองหน้าเพื่อนสาว มือกุมขมับ ทั้งสองตกอยู่ในสภาวะที่ มึนงง มองหน้ากันไปมาแล้วศพนั้นมันหายไปได้ยังไง นั่นคือสิ่งที่ทั้งสองคิด

 

        “เดี๋ยวก่อนนะ ฉันสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง” ดาริณเอ่ย เมื่อคิดขึ้นมาก็มีอะไรแวบหนึ่งแล่นเข้ามาในสมอง

 

        “อะไรเหรอ”

 

        “แกว่า รถชนเมื่อวันแต่งงานของฉัน “

 

        “ใช่ วันนั้นหลังงานเลี้ยงวันแต่งงานของแก”

 

        “รถชน แรงหรือเปล่า รถมีอะไรเสียหายไหม”

 

        “ก็…น่าจะมีนะ เพราะกระแทกรุนแรงมากๆ กระจกยังร้าวเลย กระโปรงหน้ารถก็คงบุบไปบ้าง ฉันต้องขอโทษ เธอนะดาวเพราะฉัน เธอเลยต้องมาเดือดร้อนแบบนี้”

 

        “เดี๋ยวนะ ฉันจำได้ ว่ากลับไปกรุงเทพหลังจากนั้นอีกสองวัน ถ้ารถเสียหายจริงๆทำไมถึงซ่อมได้เร็วแบบนั้น อีกอย่างสภาพรถที่ฉันเห็นขณะนั้นมันไม่เหมือน เคยเอาไปซ่อมเลยนะ เธอเห็นว่านายวัชเอารถไปซ่อมหรือเปล่า”

 

        “เธอก็รู้นี่ ดาว หลังจากกลับจากเชียงใหม่คราวนั้นฉันโกรธวัชมาก โกรธที่เขาขับรถชนคนแล้วหนี โกรธที่เห็นเรื่องความเป็นความตายของคนเป็นเรื่องล้อเล่น ฉันงอนเขาเป็นเดือนๆด้วยซ้ำ ฉันไม่รู้หรอกว่าเขาเอารถไปซ่อมหรือเปล่า”

 

        ดาริณพยักหน้าตามเธอจำได้ เธอยังสงสัยเลยว่าเพราะทำไมนิษากับธวัชชัยถึงโกรธกันหลังจากกลับจาก เชียงใหม่ แต่ไม่นานเพราะการเอาอกเอาใจของชายหนุ่มทำให้ทั้งสองกลับมาคืนดีอีกครั้ง

 

        “ฉันไม่เข้าใจ ฉันว่าเรากลับไป ที่โรงบาลไปถามนาย วัชให้รู้เรื่องเถอะ”

 

 

        โรงพยาบาลประจำจังหวัด ในช่วงบ่าย เริ่มเบาบาง เมื่อไปหาแฟนหนุ่มของนิษาทั้งสองก็ได้ถามธวัชชัย คำตอบที่ได้รับคือ

 

        “รถไม่เสียหายอะไรเลยเหรอ” นิษาถามอย่างไม่แน่ใจ แฟนหนุ่มพยักหน้าช้าๆ “เป็นไปได้ยังไงกัน เราชนแรงขนาดนั้น” ธวัชก้มเขียนอีกครั้ง ก่อนจะยื่นให้ ดาริณคว้าไปอ่าน ดังๆ

 

        “นาย วัชบอกว่าเขาก็สงสัยเหมือนกันแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร” ทั้งสองสาวยืน นิ่ง ธวัชชัย เชียนอีกครั้ง ยื่นให้กับนิษา

 

        “มันอะไรกันแน่” นิษา รู้สึกมึนงงไปหมดแล้วเธอเอามือมากุมขมับ นี่ชีวิตเธอกำลังเจอกับเรื่องอะไรกันแน่

 

        ดาริณหยิบปากกาแล้วเขียนข้อความลงไป ยื่นให้ชายหนุ่มที่ยังพูดไม่ได้ ธวัชชัยรับไปอ่าน เงยหน้ามองหน้าคนเขียน ดาริณพยักหน้า ไม่นานเขาก็ก้มลงไปเขียนยื่นให้ เพือนของนิษาอ่านในใจอย่างรวดเร็วก่อนจะพับเก็บไว้

 

        “เราต้องรีบไปแล้วนิ ฉันรู้แล้วว่าจะต้องทำยังไง” ดาริณว่าก่อนจะพาเพื่อนสาวออกไป ด้วยความไม่เข้าใจของ ธวัชชัย

 

        “เมื่อกี้นี้ เธอเขียนอะไรให้ วัช” หญิงสาวถามทันทีที่ ขึ้นมาในรถ ดาริณยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้ก่อนจะโทรศัพท์ นิษาก้มอ่านข้อความนั้น แล้วหันมามองคนที่นั่งข้างๆ

 

        “นี่เธอว่า ที่เรื่องทุกอย่างมันเป็นแบบนี้เพราะ พวก วัชไปลบหลู่ที่ต้นสักนั้นเหรอ”

 

        “เธอก็อ่านแล้วนี่ นิ นายวัชก็เขียนบอกว่า ไม่ใช่แค่ พวกเขาไปฉี่ใส่ต้นสักแค่นั้น แต่ พวกนั้นยังเหยียบย่ำ ตุงแดงที่ปักไว้นั้นด้วย ผีตายโหงจึงอาฆาตขนาดนี้”

 

        “แล้วเรื่องศพที่พวกฉันขับชนแล้วมันหายไปล่ะ เธอจะอธิบายยังไง”

 

        “ตอนนั้นมันก็ดึกมากแล้วไม่ใช่เหรอ ที่นั่นก็มีแต่คนตายมากมายฉันว่าที่เธอชนวันนั้นคงเป็นวิญญาณที่ออกมาหลอกหลอนเท่านั้น”

 

        “ฉันไม่เข้าใจ แค่พวกเขาฉี่เรี่ยราดเพราะความเมา ถึงกับต้องอาฆาตฆ่าแกงกันถึงขนาดนี้เลยเหรอ” ดาริณ ถอนหายใจ

 

        “นี่ นิเธอก็เคยได้ยินมาไม่ใช่เหรอเรื่องแบบนี้วิญญาณผีตายโหงมันอาฆาตแรงแค่ไหน”

 

        “แล้วเราจะทำยังไงกันดีฉันกลัว...ดาว”

 

        “เธอไม่ต้องห่วงหรอก ฉันโทรไปเล่าเรื่องให้แม่สามีฟังแล้วท่านบอกจะให้พ่อหนานไปทำการขอสุมา แล้วก็จะเซ่นหัวหมูให้ผีพวกนั้นเรื่องทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง”

 

         “จริงเหรอ ขอบคุณมากๆนะดาว ฉันคงจะแย่แน่ถ้าไม่มีเธอ” นิษายิ้มดีใจ

 

        “ไม่เป็นไรหรอกเพื่อนกันถ้าฉันไม่ช่วยเอนฉันจะช่วยใคร”

 

 

        ความมืดโรยตัวมาอย่างรวดเร็วปกคลุมโรงพยาบาลในห้องผู้ป่วยแผนกผู้ป่วยที่บาด เจ็บจากอุบัติเหตุ เงียบ กริบ เพราะหมดเวลาเยี่ยมไปนานแล้ว ไฟในห้องเปิดไว้เพียงดวงเดียว เพราะต้องการให้ผู้ป่วยได้พักผ่อน ธวัชชัยนอนไม่หลับ เพราะคนป่วยที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ส่งเสียงร้องครางไม่ได้หยุดหย่อน อาจเพราะบาดแผลจากการเกิดอุบัติเหตุหนัก  เมื่อนอนไม่หลับ ธวัชชัยก็ขบคิดอยู่บนเตียง นึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องมานอนอยู่ในโรงพยาบาลนี้เพราะอะไรกันแน่ เขาจำวันนั้นได้ดีเขากำลังขับรถด้วยความเร็ว มุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ ขับรถในเลนขวาเพื่อพุ่งแซงทุกคน แต่จู่ๆ ขับมาดีๆ ร่างของ เนติพงษ์ ก็มายืนขวางหน้า เขาตกใจมาก จึงหักหลบไปข้างทาง รถกับถลาข้ามเกาะกลางถนนกระเด็นไปอีกฟาก แล้วมาชนกับตันสักโชคดีที่เขาไม่ตายวินาทีที่กำลังจะสลบนั้นเขารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมาบีบคอเขาไว้ ดีที่เหตุเกินช่วงหัวค่ำทำให้มีคนมาช่วยเขาไว้ได้ อาจเป็นเพราะว่าอาการบาดเจ็บทำให้เขาเห็นร่างๆหนึ่งยืนซ่อนตัวอยู่ใต้เงามืดของต้นสัก

        มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาตาฝาดอย่างนั้นหรือ แล้วเรื่องที่ชินวรณ์ ตายที่เดียวกับเนติพงษ์ ซึ่งก็เป็นที่เดียวกับที่เขาเอารถไปชนอีก ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ นี่มันเรื่องอะไรกัน!

 

        ชายหนุ่มตื่นจากความคิด เมื่อรู้สึกถึงแรงอะไรบางอย่างกดเตียงไว้ทางปลายเท้า แต่เขาเจ็บคอจึงผงกไปดูไม่ได้ ลมเย็นฤดูหนาวพัดมานำกลิ่นเหม็นเน่าโชยมา นางพยาบาลคงลืมปิดหน้าต่าง ความเย็นเยียบเข้ามาปกคลุมทั่วเตียง เกิดแรงกดดันอะไรบางอย่างราวกับมีหมอกมาปกคลุม แล้วจู่ๆเขาก็ตกใจ เมื่อม่านบังเตียงเลื่อนกางออกมาปิดคลุมเตียงของเขาอย่างช้าๆ

 

         “ใคร…คุณพยาบาล” ธวัชชัยร้องออกจากลำคอด้วยเสียงอู้อี้ จู่ๆม่านมันจะกางออกมาเองได้ยังไง

 

        ชายหนุ่มเกรงตัวอย่างตื่นกลัว เมื่อรู้สึกถึงอะไรบางอย่างกำลังคุกคามเข้ามา มันเลื้อยไหลไล่ขึ้นมาจากปลายเท้าขึ้นมาเรื่อยๆชายหนุ่ม ตัวชาไปหมด ทั้วสรรพางค์กาย แล้วไม่นานมันก็มาถึงกลางอก เสียงหัวเราะแหบต่ำ ดังมาเบาๆ ชายหนุ่มรู้สึกชาดิกไปทั้งตัว

 

        แล้วธวัชชัยก็เห็น ร่างดำทมึนยืนอยู่ปลายเตียง ร่างนั้นสูงใหญ่ยื่นหน้าเข้ามาหา แม้เตียงจะยาวแค่ไหนแต่ใบหน้านั้นก็ยืนมามองเขาได้ เขาช็อคแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นแววตาอาฆาตมาดร้ายของมัน นิ้วชี้ของมันยาวออกมา เหมือนกิ่งไม้ อันที่จริงมันก็คือกิ่งไม้เพราะมีใบออกมาด้วย เจ้าสิ่งนี้เองที่เลื้อยไหลมาตั้งแต่ปลายเท้า “แกเป็นใคร อย่าเข้ามานะ ช่วยด้วยๆ ใครก็ได้ช่วยด้วย!” ชายหนุ่มร้องแต่เสียงที่ออกผ่านลำคอพิการของเขานั้นดังไม่ได้ศัพท์ หวังว่าใครจะได้ยินเสียงร้องของเขาบ้าง

 

        “ร้องไม่มีประโยชน์หรอก วันนี้เป็นวันตายของมึง” เสียงแหบห้าวว่า

 

         “ไม่!” ชายหนุ่มควานมือไปที่โต๊ะข้างเตียง เพื่อจะยื่นมือมกดปุ่ม เรียกพยาบาลให้เข้ามา แต่เขาเอื้อมไม่ถึง จู่ๆแขนขาก็อ่อนแรงราวกับถูกกดทับด้วยมือที่มองไม่เห็น เสียงหัวเราะเย็นเยียบเสียดทะลุไปถึงรูขุมขน วินาทีนั้นเอง กิ่งไม้ที่แน่นิ่งอยู่บนอกก็ยกตัว สูงขึ้นๆ ตามนิ้วผีที่กระดกชี้สั่ง แล้วก็ พุ่งลงมาที่อกของชายหนุ่มอย่างรุนแรง

 

        ฉึก!

 

        เลือดสีแดงสดทะลักออกมา ธวัชชัย นอนตายตาเบิกโพลง

 

 

        นิษา เป็นลม หมดสติ เมื่อรู้ข่าวจากโรงพยาบาลว่า แฟนหนุ่มของเธอเสียชีวิตแล้ว กว่าที่ดาริณจะแก้ไขให้เพื่อนสาวฟื้นคืนสติมาได้ก็ใช้เวลานาน หญิงสาวร่ำไห้อย่างหนัก แล้วก็รีบเดินทางไปที่โรงพยาบาลทันที สภาพศพของแฟนหนุ่มถูกแทงด้วยของแหลมคม ทะลุลงไปที่หัวใจ ใบหน้าที่บิดเบี้ยวนั้นสื่อถึงความหวาดกลัวสุดขีด

 

        “มันเกิดขึ้นได้ยังกัน” ดาริณถามนางพยาบาลและเจ้าหน้าที่ ที่ออกันเต็มห้องไปหมด

 

        “เราก็ไม่รู้ค่ะ ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง”

 

        “พวกคุณไม่รู้ได้ยังไงคนตายทั้งคน นะ” ดาริณถาม ให้กับเพื่อนสาวเธอเอาแต่ร้องให้

 

        “พวกเราก็งงจริงๆครับ ตอนเย็นที่ผมเข้ามาตรวจเขาก็ยังดูปกติ แล้วทำไมจู่ๆถึงเป็นแบบนี้ไปได้” นายแพทย์เจ้าของไข้บอก

 

        “ผู้ตายมีศัตรูที่ไหนหรือเปล่าครับ” นายตำรวจคนหนึ่งถาม

 

        “ไม่มีค่ะ จะไปมีได้ยังไงค่ะ เขานอนอยู่แต่เตียงนีตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุตอนมาเชียงใหม่” ดารินว่า

 

        นิษาเดินถอยห่างออกมา เพราะรับกับภาพที่เห็นไม่ได้ผู้คนหลายสิบคนออกันที่ประตู ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์

 

       “ฉันว่ามันแปลกนะ ใครจะมาฆ่าเขาได้ ห้องก็ปิดหมดอย่างนั้น”

 

       “แกจะบอกว่ามันเป็นผีเหรอ” อีกคนถามอย่างสงสัย

 

        “ก็ถ้าไม่ใช่แล้วจะเป็นอะไร ได้ข่าวว่าที่เขาเอารถไปชนคือต้นสักร้อยศพไม่ใชเหรอ”

 

        “บรื๋อ น่ากลัวว่ะ” นิษาได้ยินเสียงพูดคุยกันนั้น จู่ๆเธอก็รู้สึกโกรธอารมณ์แห่งโทสะพลุ่งพล่าน เธอเดินกลับไปที่เพื่อนสาวแอบหยิบกุญแจรถจากกระเป๋าของดาริณที่วางไว้นั้น มองเพื่อนสาวที่มัวแต่คุยกับตำรวจอยู่แล้วเธอก็หายออกไปจากโรงพยาบาล กว่าดาริณจะรู้ว่า เพื่อนหายไปก็เมื่อเอาศพของธวัชชัยออกไปแล้ว เธอร้องหาก็ไม่เจอ

 

       

        นิษาขับรถด้วยความเร็ว มุ่งหน้าไปที่ต้นสักผีสิงต้นนั้น ค่ำคืนในวันส่งท้ายปี รถคราคร่ำในตัวเองเชียงใหม่แต่พอขับเข้าเขต อำเภอสารภีถนนก็โล่ง หญิงสาวมุ่งหน้าไปลำพูนไปเพื่อให้รู้ดีรูชั่วกับวิญญาณนรกนั้น เธอเช็ดน้ำตามี่ไหลมาไม่หยุด ความแค้นใจที่แฟนหนุ่มต้องมาตายทำให้จิตใจเธอโกรธจนลืมความกลัว

 

        ไม่นานเธอก็ขับมาถึง ความกล้าที่พกพามาตั้งแต่เชียงใหม่หดหายเมื่อประจันกับต้นสักอาถรรพ์แต่เธอยังมีความโกรธเกรี้ยวอย่าง รุนแรง

 

        “ออกมาไอ้ผีบ้าไอ้ผีนรก ออกมา!” หญิงสาวตะโกนก้องไปในความมืดมองไปที่ต้นสักนั้น

 

        “แกอยากฆ่าฉันนักใช่ไหม? มาสิ มา! แกกับฉันมีเวรกรรมอะไรต่อกันนักเหรอหา ถึงมาทำกันแบบนี้ ออกมา สิ มาเอาวิญญาณของฉันไปเลย”

 

         หญิงสาวร้องท้า แต่ปราศจากเสียงตอบโต้ใดๆทั้งนั้น หญิงสาวร้องไห้ไม่หยุดเดินไปทุบต้นไม้นั้น ความผิดหวังความเสียใจ ความกลัวความเครียดความกดดันตลอดหลายวันทำให้เธออ่อนหล้า สลบไปอยู่ริมต้นไม้นั้นเมื่อเธอลืมตาขึ้นมา เธอก็พบว่าตัวเองอยู่ที่มืดมิด ร่างหนึ่งนั่งหันหลังอยู่นั้น

 

        “อ๋อ มาแล้วเหรอ บอกมา แกทำไมต้องจองเวร พวกฉันถึงขนาดนี้ หา”

 

        ร่างนั้นนิ่งสนิทมีแต่เสียงหัวเราะเท่านั้นที่ตอบกับมา “ความแค้นที่กูกักเก็บมาเป็นร้อยๆปี แค่ ทำบุญให้ครั้งเดียวมันจะหายไปได้ง่ายๆเหรอ”

 

        “อะไรนะ พวกฉันขับรถชนแก และที่ธวัชกับสองคนนั้นมันมาหยาบแกตอนเมา มันแค่ห้าเดือนเท่านั้นนะ แกพูดถึงเรื่องอะไร” เสียงหัวเราะนั้นยิ่งทวีความ เยียบเย็นมากขึ้น

 

         “มึงคิดว่า เรื่องแค่นั้นเหรอที่กู ฆ่าไอ้สามคนนั่น กูรอพวกมึงมาเป็นร้อยๆปี รอ ที่พวกมึงจะได้มาเกิดใหม่ รอให้พวกมึงอยู่กันพร้อมหน้า คืนนั้นก็เหมือน คืนหนึ่ง เมื่อร้อยแปดสิบปีที่แล้ว” สิ้นเสียงแหบนั้นพูดจู่ๆที่เธอนั่งอยู่นั้นก็มีฝนตก ลงมา ข้างหน้าก็มีภาพเคลื่อนไหวมีชายสามคนคน ลากชายคนหนึ่งมาซ้อมอยู่กลางสายฝน ห่างไปไม่มากมีผู้หญิงคนหนึ่งยืนมองอย่างสะใจ ร่างที่ถูกซ้อมนั้นคือผีตัวนี้เอง!

 

        หญิงสาวมองดูภาพที่อยู่ตรงหน้าอย่างใจที่เต้นระทึกเพราะหญิงสาวคนที่อยูใน ภาพนั้นคือเธอ! และ ชายฉกรรจ์ ทั้งสามคือ ธวัชชัย เนติพงษ์ และชินวรณ์ ที่ทั้งแตะทั้งถองรุมกระทืบร่างนั้นจนนอนจมกองเลือด

 

        “มึงบังอาจมายุ่งกับน้องสร้อยคนรักของกูมึงต้องเจออย่างนี้ ไอ้ดำ” ชายคนหนึ่งพูด ขณะที่ทั้งสี่คน กำลังจะเดินจากไป ร่างของดำก็คว้า เอาขาของหญิงสาวหนึ่งเดียวในกลุ่มนั้น

 

“สร้อย พี่ขอร้องอย่าจากพี่ไปเลย เรารักกันไม่ใช่เหรอ นี่อะไรแค่ไอ้หนุ่มกรุงเทพคนนี้มันมา เจ้าก็เปลี่ยนใจจากพี่อย่างนั้นหรือ” เสียงดำ พูดอย่างอ้อนวอน ต่อหญิงสาว

 

“อย่านะพี่ดำ เรื่องระหว่างเรามันจบไปแล้วนะ พี่ภูช่วยสร้อยด้วย” สร้อยร้องให้คนรักคนใหม่ช่วย

 

“นี่ มึงยังไม่ยอมอีกเหรอ ได้…ไอ้ดำวันนี้ถ้ากูไม่ฆ่ามึงมึงคงไม่ยอมเลิกใช่ไหม พวกมึงเอามีดมา” ภูสั้งลูกน้องสองคน มีดคมวาวยามต้องกับแสงฟ้าแลบ เสียงฟ้าผ่าดังเปรี้ยง! ร่างของชายชื่อดำ ก็กระตุกสั่นพริ้ว ถูกแทง ด้วยฝีมือทั้งสามคน รุมแทงจนเลือดไหลนองบนพื้น แม้จะแน่นิ่งไปแล้วแต่มือของชายหนุ่มคนนั้น ยังเกาะกุมขาของคนรักเก่าแน่น ดวงตามองหญิงสาวอย่างอาฆาตก่อนจะตายไป ศพนั้นถูกทิ้งอยู่ข้างทางลูกรัง นั้นอย่างไม่มีใครใยดี เวลาผ่านไปเขาก็ยังอยู่ตรงนั้น รอการแก้แค้น

 

        ภาพนั้นหายไปแล้ว เกิดความเงียบขึ้น กับหญิงสาว เธอเข้าใจหมดแล้วมันคือความแค้นคือกรรมตั้งแต่ชาติปางก่อน

 

        “กูรอมึงมานาน กว่าจะได้ล้างแค้นในวันนี้ ความเจ็บแค้นทำให้กูอยู่ที่นี่ อยู่มานานรอคอยพวกมึงทุกคนมาพร้อมหน้ากัน จากเดือนเป็นปี จากปีเป็นสิบปีร้อยปี กูก็ยังอยู่ตรงนี้ไม่ว่าที่ตรงนี้มันจะเป็นอะไร กูสิงสู่อยู่ตามต้นไม้ใบหญ้ารอคอยเวลา แต่ทุกครั้งที่ความเจริญเข้ามากูก็ถูกตัดโค่น จนกูได้มาอยู่ที่นี่ต้นสักแห่งนี้ความแค้นได้หล่อเลี้ยงทุกก้านใบให้เติบ ใหญ่ กูกินวิญญาณผู้คนที่สัญจรผ่านมาเพื่อสร้างความหวาดกลัวจะได้ไม่มีใครมาโค่น ต้นไม้ของกูได้ นาน…นานเหลือเกิน แล้ววันหนึ่งการรอคอยของกูก็สิ้นสุดลง เมื่อพวกมึงเดินทางมาด้วยกัน แล้วการแก้แค้นจึงเริ่มต้นขึ้น…และตอนนี้ก็เหลือแต่มึงละอี้สร้อย…มึงตายซะ เถอะ…อี่คนหลายใจ ฮ่าๆๆ” เสียงนั้นพูดด้วยความโกรธก่อนจะหัวเราะดัง

 

        “อย่า!” หญิงสาวร้อง เมื่อมือนั้นยื่นเข้ามา

 

        

        ทั้นที่ที่เวลาย่างก้าวสู่วันใหม่ของปีใหม่ ก็เกิดเสียงประทัดดังขึ้นระงมทั่วท้องฟ้า พุไฟถูกจุดขึ้นฟ้าแต้มสีสันให้คืนที่มืดมิด ไฟจากรถตำรวจส่งเสียงดังเข้ามาที่ รถอีโคคาร์คันเล็กจอดอยู่ ดาริณถลาวิ่งมาที่รถของตัวเอง มองหาเพื่อนสาวผ่านกระจกรถ แต่คงอีกนานกว่าที่ทุกคนจะเจอนิษา เพราะเธออยู่บนต้นสักใหญ่นั้น ถูก กิ่งก้านของไม้แข็ง แทงทะลุ ไม่แน่...ทุกคนอาจหาเธอพบก็ได้ถ้าได้เห็นเลือดที่ไหลอาบลงมาจากต้นสักนั้น…

 

Comment

Comment:

Tweet

อาจจบไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ แต่ก็เต็มที่แล้ว ติ มาได้เลย ครับ ผมbig smile

#1 By ฮางมะ on 2013-08-31 07:57