ศพข้างทาง3

posted on 29 Aug 2013 15:03 by hangma directory Fiction

นิษากรีดร้อง ปิดตาลงเมื่อ ตัวอักษรที่เขียนนั้นกำลังไหลรวมกันเป็นรูปใบหน้าคน น่าเกลียดน่ากลัว เสียงหัวเราะแหบห้าวดัง ทำเอาเธอเย็นยะเยียบไปถึงไขสันหลัง

 

          “นิษา...นิษา เป็นอะไร!” เสียงของดาริณเพื่อนสาววิ่งมาพร้อมกับตำรวจ

 

          “ผี...ผีที่กระจกที่ประตูหลังรถ” หญิงสาวพูดละล่ำละลัก ชี้ไม้ชี้มือไปที่ หลังรถ ทุกคนมองตาม

 

          “ไม่เห็นมีอะไรนี่ นิ “ “มีสิเมื่อกี้ฉันยังเห็นอยู่” นิษาบอก ดาริณเอามือเท้าเอว ถอนลมหายใจเสียงดัง

         

          “แกก็ลืมตามาดูสิ มันไม่มีอะไรเลย” เสียงของดาริณ ดังคล้ายกับจะตวาด

 

          หญิงสาวจึงลืมตาขึ้นช้าๆ ค่อยๆปล่อยนิ้วออกทีละนิ้ว แล้วก็เห็นกระจกท้ายรถ ว่างโล่งไม่มีใบหน้าของใครอยู่ในนั้น ไม่มีแม้กระทั่งตัวอักษร ที่เคยเขียนด้วยสีเลือด หญิงสาวเอามือกุมหัว

 

           “แกไม่สบายหรือเปล่าวะ” ดาริณเดินมากุมมือเพื่อน รู้สึกถึงมือเย็นเฉียบของนิษา

 

           “ฉันไม่ไม่อยากจะเชื่อ เมื่อกี้นี้ฉันมองเห็นผีจริงๆ ทำไมมันจึงเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้” น้ำเสียงของหญิงสาวสั่นเครือ

 

          “แกคงเพลีย บวกกับเครียดเรื่องนาย วัช ฉันว่าแกกลับไปพักก่อนดีไหม”

 

          “เดี๋ยวนะครับ ที่คุณว่าคุณเห็นผี นั้นเห็นยังไงหรือครับ” เสียงตำรวจที่ยืนอยู่ข้างๆถาม ด้วยสายตาที่มองอย่างสงสัย นิษาจึงเล่าสิ่งที่น่าหวาดกลัวเมื่อสักครู่ให้ นายตำรวจคนนั้นฟัง เมื่อเล่าจบ ก็เกิดความเงียบขึ้น ทั้งดาริณและตำรวจคนนั้น

 

          “นี่แก ตาฝาดหรือเปล่า”

 

         “จะบ้าเหรอ ฉันเห็นเต็มตา ไม่ได้ตาฝาดแน่นอน” นิษายืนยัน

 

         “ผมว่าคุณ มากับผมที่สถานีเดี๋ยวนะครับ”

 

          “ทำไมคะ คุณจะพาเพื่อนฉันไปไหน ?” ดาริณถามเพราะคำพูดของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ฟังดูแปลกหู “คุณคงไม่คิดว่าเพื่อนของฉันเมายา หรอกนะคะ”

 

          คำถามของ ดาริณ ทำให้นิษามอง นายตำรวจคนนั้นอย่างตกใจ

 

          “ผมคงไม่ต้องพูดละมั้ง ขนาดคุณยังคิด”

 

          “ฉันไม่ได้เมายานะค่ะคุณตำรวจ” นิษาพูดปฎิเสธ

 

          “ยังไงก็กรุณา เถอะครับ ไปตรวจฉี ไม่นานหรอกครับ”

 

          “ไม่! คุณตำรวจฉันไม่ได้เสพยา ยัยดาวช่วยพูดอะไรหน่อยสิ” นิษาหันไปมองเพื่อน

 

           “นั่นสิค่ะ เพื่อนฉันไม่ได้เสพยาแน่ เธอก็แค่เพลีย เพราะพักผ่อนน้อยเท่านั้น เห็นใจเธอเถอะค่ะคุณตำรวจ แฟนของนิษา ยังนอนอยู่โรงพยาบาล อยู่ เธอคงเครียดนะค่ะ”

 

           “ครับ อย่างงั้นรีบพาเธอกลับไปพักเถอะครับ เดี๋ยวจะป่วยขึ้นมาจะลำบาก”

 

           “ค่ะๆๆ งั้นดิฉันสองคนลาก่อนนะค่ะ” ดาริณว่า แล้วไหว้ลา นายตำรวจก่อนจะพานิษาออกมา

 

          “ฉันไม่อยากเชื่อเลยยัยนิมันเกิดอะไรกับเธอกันแน่ จู่ๆก็ร้องกรีดออกมา นี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะฉัน งงเธอไปหมดแล้ว” ดาริณเปิดฉากถามเพื่อนสาวทันทีที่กลับมาขึ้นรถ

 

           ใบหน้าของนิษาซีดขาวปราศจากสีเลือด อย่าว่าแต่ ดาริณเพื่อนของเธอสงสัยเลย ตัวเธอเองก็ไม่รู้จะพูดอะไร นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ภาพที่เห็นบนหลังรถ นั้น เธอสามารถ ยืนยันกับตัวเองได้ว่ามันเป็นความจริง เธอยังมีสติสัมปชัญญะพร้อมมูลขณะที่เธอจ้องมองคัวอักษรสีเลือดเหล่านั้นแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าคน แล้วทำไมภาพๆนั้นมันถึงหายไปอย่างไร้ร่องรอย แล้วเสียงหัวเราะนั่นล่ะ มันคืออะไร ยิ่งคิดหญิงสาวก็ยิ่งปวดหัว เอามือกุมขมับแน่น

 

           “ฉันไม่รู้ๆ ฉันไม่รู้!” นิษาตะโกนลั่น ดาริณมองเพื่อนสาวอย่างสงสาร

 

           “เอาล่ะๆ เรารีบกลับบ้านกันก่อนเถอะ เธอจะได้พักผ่อน” จากนั้นทั้งสองก็ไม่พูดอะไรอีก

 

 

         

          รถคันเล็กเคลื่อนตัวมุ่งหน้ากลับเชียงใหม่ อย่างช้าๆ เวลาเพิ่งจะห้าโมงเย็นเท่านั้นแต่ แต่ความมืดโรยตัวมาอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะเวลาในฤดูหนาวจะมืดเร็วกว่าปกติ โคมไฟถนนระบบเซ็นเซอร์แสง เปิดอัตโนมัติ ทันทีที่อากาศ มืดลง ระยะทางจากเสาโคมไฟต้นหนึ่งไปอีกต้นหนึ่ง มีระยะห่างกันประมาณสิบเมตร ช่วงระยะห่าง นั้นมืดสนิท รถวิ่งผ่านโคมไฟถนนเกิดแสงฉายเงาสะท้อนเป็นรูปรถลาดเอียงตามการหักเหของแสง ในเงารถนั้น มีเงาร่างหนึ่งอยู่บนหลังคา!...

 

          ยามเมื่ออยู่ ช่องว่างความมืดของระยะห่างโคมไฟถนน เงานั้นก็เร้นกายหายไป แต่ยามที่รถขับผ่านโคมไฟ ก็สะท้อนเงาทมึนนั้น เงาลึกลับนั้นเกาะกุมรถ อีโคคาร์ไป…

 

 

        

         “วัช...วัชอยู่ไหน” นิษาร้องเรียกหาแฟนหนุ่มดัง รอบด้านมีแต่ความมืดมิด “อย่าเล่นบ้าๆนะวัช นิษาไม่ชอบ” หญิงสาวว่า เธอเดินไปมาในความมืดที่มองไม่เห็นอะไร ราวกับว่าอยู่ในห้องที่มืดมิด จู่ๆก็ได้ยินเสียงหัวเราะ ของผู้ชาย เสียงแหบห้าว หึๆๆ “นั่นใครน่ะ” หญิงสาวร้องถาม แม้จะ รู้สึกหวาดกลัวเพียงใด แต่ก็ต้องตะโกนถาม

         

           “วัช ใช่ไหม? วัชอย่าทำแบบนี้นะ นิษากลัว” เสียงหัวเราะยังดังก้องอยู่รอบด้านประเดี๋ยวได้ยินทางซ้าย เดี๋ยวก็ได้ยินทางขวา หญิงสาวยิ่งหวาดกลัว

 

          “แกเป็นใคร!” นิษาตะโกนถาม ทันใดนั้น แสงก็ส่องมารำไรๆ อยู่ข้างหน้า ปรากฎร่างสามร่าง นอนแน่นิ่งอยู่ที่นั่น หญิงสาวรีบสาวเท้าเข้าไปดู แล้วก็ตกใจแทบสิ้นสติ เพราะชายสามคนนั้นคือ ธวัช ชินและเน นอนตายมีดปักอยู่คาอก! เลือดไหลอาบเจิ่งนองพื้น นิษาหวีดร้องเสียงดังลั่น รีบเดินถอยหลังหนีมาอย่างหวาดกลัว เสียงหัวเราะนั้นยิ่งดังก้อง ราวกับชอบใจที่เห็นความหวาดกลัวของหญิงสาว นิษาวิ่ง วิ่งไปในความมืดอนธการ วิ่งไปทั้งๆที่ไม่รู้จะที่ใด

 

           ‘ไม่นี่ต้องเป็นความฝัน ตื่นซะทีสิ นิษา’ เธอบอกตัวเอง ขณะที่วิ่งหนีมาอย่างเหนื่อย จึงพักหอบระหว่างที่ได้ยินเสียงหัวใจเต้นดังโครมครามนั้น อะไรบางอย่างก็มาจับไว้ขาเธอไว้ ทันทีที่จ้องมองลงไปก็เห็นศพนั้นศพเดียวกันกับ ที่เธอกับแฟนหนุ่มขับรถชนตาย หญิงสาวหวีดร้องดัง

 

            ลืมตาตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายอันน่าหวาดกลัว เสียงหายใจหอบดัง เหงื่อออกทุกซอกพับ ทั้งที่เครื่องปรับอากาศยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง หญิงสาวลูบใบหน้าช้าๆจนไปถึงศรีษะ เสยผมที่ปรกใบหน้ามองไปที่เจ้าของห้องที่นอนหลับอยู่ข้างๆ ในท่านอนตะแคง แวบหนึ่งก็เอะใจอะไรบางอย่าง กับร่างที่นอนหลับนั้น

 

            “ดาว...ดาว” นิษาร้องเรียกพร้อมกับเขย่าตัวเพื่อนสาว ร่างที่นอนตะแคงนั้นยังเงียบ แต่พอหญิงสาวออกแรงเขย่าตัว ร่างนั้นก็พลิกตัวกลับมา ภาพที่เห็นทำเอาหญิงสาวตัวแข็งทื่อ ซ็อคเกือบหมดสติ... ร่างของดาริณ นั้นที่แท้แล้วไม่ใช่เพื่อนสาวของนิษา เป็นร่างของศพี่ตายข้างทางนั้น มันมานอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงเดียวกับเธอได้ยังไง! นิษาขยับตัวไม่ได้เพราะหวาดกลัวสุดขีดแม้แต่จะร้องก็ร้องไม่ออก

 

            ศพนั้นจู่ๆก็ลืมตาโพลง ทำเอาหญิงสาวหายตัวชา ถอยลงจากเตียง มันผงกตัวขึ้นมาในท่านั่งมองหญิงสาวด้วยแววตาเกรี้ยวโกรธ ปากก็ขยับพูด พร้อมกับยื่นมือสองข้างมาหา นิษา

 

            “พวกมึงต้องตาย” เลือดสีแดงสดทะลักออกมาจากปากทุกครั้งที่มันพูด เปรอะเปื้อนผ้าปูที่นอนสีขาว

 

 

            “ไม่!” หญิงสาวร้องเสียงดัง ลืมตาตื่น มองห้องที่สว่างไสว แล้วก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงประตูเธอผงะ ก่อนจะเห็นว่า เป็นดาริณที่เดินออกมาจากห้องน้ำอย่างรีบร้อน

 

           “แกเป็นไร ยัยนิ” ดาริณร้องถาม เธอกับเพื่อนสาวกลับมาจากลำพูน นิษาก็ขอตัวไปนอนเพราะบ่นว่าปวดหัว ขณะที่ดาริณเดินเข้ามาหา

 

           “แกอย่าเข้ามานะ ฉันกลัวแล้ว ออกไป” นิษาร้องอย่างหวาดกลัว ก้มหน้าร้องไห้สะอื้น เธอกลัวจริงๆเธอไม่สามารถจะรับเรืองอะไรแบบนี้ได้อีกแล้ว

 

            “แกเป็นอะไรยัยนิ ฉันดาวไง” ดาริณเดินมานั่งประคองตัวของนิษาไว้ หญิงสาวเมื่อรู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝันก็กอดเพื่อนร้องไห้อย่างหนัก ดาริณจึงลูบหลังเพือนเบาๆ “เธอฝันร้าย อีกแล้วใช่ไหม”

 

           “ฉันกลัว ดาว ฉันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน”

 

           “ใจเย็นๆ นิ เธอก็แค่ฝัน ไปเท่านั้น”

 

           “ไม่!” นิษา ผละจากอ้อมกอดของเพื่อน “นี่มันไม่ใช่แค่ความฝัน แต่มันเหมือนจริงมากๆ ความฝันก็เรื่องเดิมๆ มันต้องมาฆ่าพวกเราแน่ๆ”

 

           “อะไร นี่เธอพูดเรื่องอะไร นิษา ใครจะมาฆ่าเธอ” ดาริณมองเพื่อนสาวอย่างสงสัย นิษาเงียบ เช็ดน้ำตาช้าๆ ในใจคิด เธอจะบอกเรื่องที่ขับรถชนคนตายให้ ดาริณรู้ไม่ได้

 

           “ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ” หญิงสาวขยับตัวลุกขึ้น แต่ถูกดาริณจับมือไว้

 

           “นิ เธอมีเรื่องอะไรหรือเปล่า มีเรื่องอะไรจะบอกฉันไหม” น้ำเสียงของเพื่อนสาวแสดงออกว่าเป็นห่วงและสนใจ นิษามากแต่หญิงสาวไม่กล้าบอก

 

           “ไม่…ไม่มีอะไร ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ”

 

           “อื่อ แต่ถ้าเธอมีเรื่องอะไรก็บอกฉันได้นะ เราก็มีกันอยู่แค่นี้แค่เธอกับฉัน”

 

           “จ๊ะ ดาว ฉันขอบใจเธอมากนะ ฉันคงแย่แน่ถ้าไม่มีเธอ”

 

           “ไม่เป็นไรหรอก รีบอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวเราจะได้ไปหาอะไรทาน” ดาริณว่า นิษาพยักหน้าตอบรับก่อนจะหายไปในห้องน้ำ

 

 

           ยามเมื่อได้อยู่ลำพังคนเดียวในห้องน้ำ สมองก็ทำงานหนักทันที เธอเฝ้าถามตนเองว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทั้งการตายของ เนติพงษ์ และธวัชแฟนของเธอ ที่ขับรถเสียหลักไปชน ทั้งสองเกิดเหตุที่ ต้นสักต้นนั้น ตรงที่เธอกับแฟนหนุ่มและเพื่อนๆ ขับรถชนคนตายแล้วหนี มา หรือว่าทั้งหมดนี่คือการแก้แค้น ของวิญญาณชายคนนั้น ทั้งเรื่องความฝันและตัวหนังสือที่เขียนติดหลังรถของวัชที่เขียนไว้ด้วยสีแดงสด ซึ่งยังไงหญิงสาวก็คิดว่ามันคือเลือด แถมยังแปรเปลี่ยนเป็นรูปใบหน้าคนที่น่าเกลียดน่ากลัวได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเธอจะทำยังไง วิญญาณที่อาฆาตแค้น ต้องหมายเอาชีวิตของเธอกับพรรคพวกที่อยู่บนรถคันนั้น แน่ๆ แล้วเธอจะทำยังไงดี จะบอกเรื่องนี้ให้ ดาริณรู้ดีไหม? แต่ถ้าเพื่อนสาวรู้แล้วจะรู้สึกยังไง หญิงสาวคิดไม่ตกจริงๆ

 

          ควานมือไปเปิดฝักบัว ให้น้ำอุ่นๆไหลเอื่อย ตั้งแต่ ศรีษะลงมาทั่วลำตัวตลอดจนปลายเท้า ผ่อนลมหายใจช้า เงยหน้ารับกับน้ำอุ่นๆ หลับตาพริ้มให้สายน้ำไหลชำระความหวาดกลัว และความหวาดหวั่น ขับไหลความเย็นของอากาศหนาวในวันก่อนสิ้นปี และลดความเย็นเยือกในจิตใจ ขณะที่หญิงสาว เปลือยกายอาบน้ำอุ่นจนไอระเหย เธอไม่ได้รู้เลยว่ามีเงาดำทมึนรูปร่างคล้ายคนยืนมองอยู่ เสียงหัวเราะแหบต่ำ เบาๆ ดังมาช้าๆแต่หญิงสาวไม่ได้ยินเลย

 

 

           อากาศหนาวเข้ามาเสียดแทงทะลุ เสื้อกันหนาวของ นิษา จนเธอรู้สึกได้ หญิงสาวกับเพื่อนหลังจากออกมาทานอาหารเย็นก็แวะมาเดินเที่ยว ที่ถนนคนเดิน เชียงใหม่ ร้านรวง แน่นขนัดไปด้วยผู้คน เส้นทางค้าขายก็ยาวไกล มีสินค้าให้เลือกมากมาย บ้างก็แบกะดิน บ้างก็จัดวางบนโต๊ะปูอย่างสวยงาม แม้จะมีความรู้สึกที่หวาดหวั่นอยู่ในใจลึกๆ แต่หญิงสาวก็อดที่จะตื่นตาตื่นใจกับสินค้าต่างๆไม่ได้ ระหว่างที่เลือกชมสินค้าอยู่นั้นเอง เธอก็ได้ยินเสียง หญิงชราคนหนึ่งร้องทัก แรกๆยังไม่เห็นต้นเสียงว่าดังมาจากไหน แล้วก็พบ หญิงชราวัยห้าสิบปี นั่งปูเสื่ออยู่หลังร้าน เสื้อผ้า เป็นช่องว่างเล็กแคบๆ ดูก็รู้ว่าเป็นหมอดู แต่ไม่มีใครมองเห็นแกเลยถ้าไม่สังเกตุจริงๆ

 

           “หนู…หนูคนนั้นนะ ไปทำบุญให้เขาเสียนะ เขาตามหนูมานะ” หญิงชรามองมาที่นิษา

 

          “นี่ป้าพูดเรื่องอะไรนะค่ะ” นิษาถามอย่างตกใจ

 

           “ก็วิญญาณที่เขาตามหนูมานะสิ เขาแค้นมากนะ หนูต้องรีบไปทำบุญให้เขา”

 

           “นี่ป้า อย่ามาหากินด้วยการมาหลอกให้เพื่อนฉันกลัวแบบนี้เลย ไปกันเถอะ นิ”

 

            “ป้าไม่ได้หลอกใครนะ แต่เพื่อนหนูดวงมีเคราะห์มาก ระวัง ตอนนี้เขาอยู่ไม่ห่างจากตัวหนูเลย”

 

            “เอ๊ะ ป้านี่ยังไงบอกว่าอย่าพูดให้เพื่อนฉันกลัวไงเล่า” เสียงของดาริณ พูดดังจนคนที่เดินไปมา หันมามอง เธอจึงรีบพา นิษากลับไป

 

 

           “ยัยป้านั่นถ้าจะบ๊องนะ จู่ๆก็มาทักเธอแบบนั้นได้คงเป็นวิธีการดึงดูดลูกค้าให้มาดูหมอ สิท่า” ดาริณพูทันทีที่มาถึง ห้องพัก นิษาหน้าซีดขาว “มันก็แค่กลวิธี ล่อหลอกให้เรากลัวจากนั้นก็หลอกเอาเงินเรา เธอไม่ต้องกลัวหรอกน่า นิ”

 

           เพื่อนสาวพูดปลอมเมื่อเห็น นิษาดู เงียบๆ ไป แต่ก็ไม่ช่วยอะไรเลยเพราะ จิตใจของหญิงสาวรู้สึกหวาดกลัวมากเหลือเกิน

    

           แรกๆทุกอย่างเหมือน พายุที่ก่อตัวไกลๆ เธอไม่ได้รู้ด้วยซ้ำว่าเหตุการณ์ที่ ธวัชแฟนของเธอประสบอุบัติเหตุ จะทำให้เธอเจอมรสุมแห่งความหวาดผวา พัดเข้ามาระลอกแล้วระลอกเล่า ระลอกแรกเมื่อรู้ว่า เนติพงษ์ เพื่อน ของแฟนหนุ่ม ตาย เพราะประสบอุบัติเหตุ ครั้งที่สองที่พายุแห่งความหวาดกลัว โหมกระหน่ำ คือ จุดที่เกิดอุบัติเหตุของแฟนหนุ่มคือจุดเดียวกับที่ เนติพงษ์ เสียชีวิต และเป็น ที่เดียวกันกับที่ ธวัชและเธอ ขับรถชนคนตายแล้วหนี และครั้งที่สาม คือเหตุการณ์ตอนไปดูสภาพ รถ และความฝัน อันน่ากลัว รวมถึง คำของหมอดูที่ทักมา ทุกอย่างเหมือน คลื่นโหมกระหน่ำทำเอาจิตใจของหญิงสาว หวาดผวาใจสั่นไหวด้วยความกลัวสุดขีด

 

           นั่งนิ่งที่ห้องรับแขก ตกอยู่ในห้วงของความคิดคำนึ่งแล้วก็ตกใจสุดขีดเมื่อได้ยิน เสียงโทรศัพท์ ที่ดังอยู่ข้างๆ มือแนบหน้าอกใจเต้นระส่ำ

 

           “ตกใจอะไรนักหนาเนี่ยแค่เสียงโทรศัพท์” ดาริณว่าแล้วเดินมาหยิบโทรศัพท์ที่วางบนโต๊ะไปรับ

 

           “ฮัลโหล ใคร อ๋อ บอยไม่อยู่ หรอกค่ะ ค่ะเสียดายนะคะแล้วนี่มาเชียงใหม่พักที่ไหน หรือค่ะ อ๋อ ค่ะ ขอให้เที่ยวให้สนุกนะค่ะ”

 

           “ใครเหรอ” นิษาถาม แต่เป็นการถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบ เพียงแต่เธอ อยากให้มีเรื่องคุย หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้ เธอไม่ต้องตกอยู่ในความคิดที่น่ากลัว

 

           “เพื่อนสามี น่ะ มาเที่ยว ปีใหม่ที่นี่ เห็นว่ามากันเป็นแก้งค์ รถชอปเปอร์ตอนนี้ถึงลำปางแล้วคงไม่ถึงชั่วโมงคงมาถึงแล้วละ นี่ถ้าบอยรู้นะว่านายชินมาเชียงใหม่คงได้ เมากันหนักแน่”

 

           “เธอว่าใครมานะ?” นิษาถามน้ำเสียงกระตือรือร้น เพราะเธอเอะใจอะไรบางอย่าง

 

           “ก็นายชินวรณ์ไง เธอจำไม่ได้เหรอ เพื่อนของบอย นายวัชเองก็รู้จัก วันที่พวกเธอกลับกรุงเทพฯ หลังจากงานแต่งของฉัน บอยยังฝากเขาให้ติดรถไปกับพวกเธอไง”

 

           “ชิน!” นิษาทวนคำ ใจตกลงไปถึงตาตุ่ม ทำไมเธอจะจำไม่ได้ล่ะ ชายที่ร่วมผจญไปในคืนนั้น คืนที่พวกเธอขับรถชนคนตายแล้วหนี ชินกับเน ยังเดินฝ่าสายฝนลงจากรถ ไปปลดทุกข์เบา จน ธวัชชัยแฟนของเธอต้องลงไปตาม ตอนนี้เขากำลังมาเชียงใหม่ จู่ๆเธอก็นึกถึงข้อความหลังรถของแฟนของเธอ ...กูจะฆ่าพวกมึงทุกคน...

 

           ‘หรือว่า?’ หญิงสาวคิด ก่อนจะตกใจ แวบหนึ่งเธอได้ยินเสียงหัวเราะแหบต่ำ

 

           “นี่ ดาวเธอช่วยโทรกลับไปหา นาย ชินนั่นที บอกเขา ว่าอย่ามา” นิษาบอกเพื่อนละล่ำละลัก

 

            “ทำไมเหรอ นิ” ดาริณมองเพื่อนสาวอย่าง งงๆ

 

            “เถอะน่า บอกเขาว่าอย่ามาเชี่ยงใหม่”

 

            “เธอจะบ้าหรือไง นิษา แล้วเหตุผลที่บอกกับเขาล่ะ”

 

            “บอกเขา ไม่งั้นเขาจะตายนะ” เสียงของหญิงสาวสั่นเครือ

 

            “ไม่ เธอต้องบอกฉันก่อน มันเรื่องอะไรกันแน่ วันนี้ทั้งวันเธอดูแปลกๆ เหมือนมีเรื่องอะไรเก็บกด เอาไว้ บอกฉัน เถอะ นิ”

 

              นิษาเครียดหนัก ชั่งใจ ว่าจะบอกให้เพื่อนสนิทรู้ไหม แต่เรื่องนี้มันเป็นความเป็นความตายของคนๆหนึ่ง ถ้าเหตุการณ์ที่เนติพงษ์เสียชีวิต และอุบัติเหตุของธวัชชัยเป็นการบันดาลของวิญญาณอาฆาตจุดจบของชินวรณ์ ก็อาจไม่ต่างกัน เธอต้องรีบบอกความจริงให้ดาริณรู้เพื่อหาทางแก้

 

             “ตกลง ดาว ฉันจะเล่าให้เธอฟัง เธอจำวันที่เธอแต่งงานได้ไหม วันที่ฉันกลับจากงานเลี้ยงวันนั้น ที่ทั้ง นายชิน และนายเน ขอกลับไปกรุงเทพด้วย”

 

             “อื่อ จำได้สิ”

 

             “นั่นแหละวันนั้น…” แล้วเธอก็เล่าเรื่องทั้งหมด เมื่อห้าเดือนที่แล้วให้เพื่อนสาวฟัง นานกว่าที่ ดาริณจะเข้าใจ เธอตกใจมากที่ พวกนิษาขับรถชนคนตายแล้วหนี

 

             “ฉันไม่อยากเชื่อ นี่พวกเธอเอารถฉันไปขับชนคนตายเหรอ แถมยังหนีไปอีก”

 

             “ฉันขอโทษ ดาว วันนั้นวัชเขาเมามากฉันเองก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก” นิษาร้องไห้

 

             “พวกเธอไม่บอกฉันสักนิด แล้วนี่เธอคิดว่าสาเหตุการตาย ของ เนติพงษ์ และอุบัติเหตุของนายวัชเป็นเพราะวิญญาณอาฆาตมาแก้แค้นอย่างนั้นเหรอ”

 

             “ใช่ ดาว เธอรีบโทรไปบอกอย่าให้นายชินวรณ์มาเด็ดขาดนะ เขาอาจจะตาย”

 

             “เธอบ้าไปแล้ว ยัยนิ เธอโยงเรื่องเป็นตุเป็นตะไปหมด”

 

             “ฉันขอร้องละ ดาว ผีตนนั้นทำเขาแน่ๆ มันบอกว่ามันจะฆ่าพวกเราทุกคน” หญิงสาวพูดปนน้ำตา อ้อนวอนเพื่อนสาว แต่ ดาริณ ส่ายศรีษะอย่างช้าๆ อย่างไม่เชื่อใจ

 

             “แล้วเธอจะให้ฉันบอกนายชิน ยังไง อีกอย่างป่านนี้คงเดินทางไกลมาถึงแล้วละ โทรไปเขาก็เขาก็ไม่รับหรอก เธอนะใจเย็นๆเถอะ อย่าคิดในด้านร้ายเลย เอาอย่างนี้ไหมพรุ่งนี้เราไปวัดกันไปทำบุญ ฉันก็จะได้เอารถไปให้พระ ประพรมน้ำมนต์ด้วย” นิษาพยักหน้าตาม แต่ใจนั้นยังนึกหวั่น กลัวเหตุการณ์ร้ายจะเกิดขึ้น อย่างที่ใจคิด เธอกังวลจนนอนไม่หลับ ขณะที่เพื่อนสาวหลับสนิทไปแล้ว

 

             ห่างจากเตียงนอนไปไม่มาก โทรทัศน์หน้าจอ ห้าสิบห้านิว ที่ปิดสนิท มีร่างหนึ่งปรากฎอยู่ในนั้นแววตานั้นอาฆาตมาดร้ายจ้องมาที่หญิงสาว!

 

 

             รู้สึกเพิ่งเคลิ้ม หลับไปได้ไม่นาน หญิงสาวก็ตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงร้องตกใจของ ดาริณ

 

             “เกิดอะไรขึ้น ดาว”

 

             “นิษาฉันผิดเอง ที่ไม่เชื่อเธอตำรวจเพิ่งโทรมาบอกเมื่อกี้นี้ว่านายชิน ถูกรถชน ตายแล้ว!”

 

             “อะไรนะ!” เหมือนฟ้าผ่าลงมาในใจของเธอ สิ่งที่เธอหวาดกลัวก็ได้เกิดขึ้นจริงๆ

 

             “เธออย่าบอกนะว่า เกิดเหตุที่เดียวกันกับ วัช”

 

             “ใช่ ร่างของเขาถูกแฮนด์รถ ชอปเปอร์แทงทะลุ หน้าอกอยู่ไม่ห่างจากต้นสัก ต้นนั้นเลย”

 

 

edit @ 30 Aug 2013 09:07:40 by ฮางมะ

Comment

Comment:

Tweet

เล่าเรื่องได้เห็นภาพดีจัง Hot! Hot! Hot!
เรื่องราวชักจะเข้มข้นสยดสยองไปทุกทีๆ
ตอนจบจะเป็นอย่างที่ผมคาดคิดไว้รึเปล่า อันนี้ต้องรอลุ้นกัน big smile big smile big smile