ศพข้างทาง2

posted on 28 Aug 2013 07:15 by hangma directory Fiction

“นิษาๆๆ เธอเป็นอะไร” เพื่อนสาวร้องเรียก นิษาที่นอนอยูบนเตียงเดียวกัน

 

          พริบตาถี่ๆมองเพดานห้อง เสียงหายใจหอบยังดังเหงื่อออกตามตัวชุ่ม ทั้งๆที่ในห้องเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบ

          …เหนี่อย ราวกับวิ่งมาสักสิบกิโลเมตร ก็ไม่ป่าน…

 

          “เธอฝันร้ายหรือ เห็นร้องกรี๊ดลั่นห้องไปหมดฉันตกใจแทบแย่แนะ” ดาริณถาม

 

          “ใช่ ดาว ฝัน…ฝันน่ากลัวมาก มันเหมือนจริงมากๆเลย” หญิงสาวพูดปนหอบเหนื่อย

 

          “โธ่เอ้ย ไอ่เรานึกว่าจะเป็นอะไร เธออาจเพลียจากการเดินทางทำให้เธอนอนไม่ค่อยสนิทก็ได้ นอนต่อเถอะพรุ่งนี้ต้องไปโรงบาลแต่เช้า” ว่าแล้วเพื่อนสาวก็ล้มตัวลงนอนตะแคงข้างหันหน้าไปอีกด้านหนึ่ง

 

          หญิงสาวนั่งมองดูเพื่อนที่นอน ก่อนจะมานึกถึงความฝันนั้น ฝัน? มันเหมือนจริงมาก และที่สำคัญเรื่องที่ฝันนี้มันมีส่วนของความเป็นจริงผสมอยู่ เรื่องนั้นก็เกิดขึ้นนานมาแล้วนี่ ทำไมเธอเพิ่งมาฝันเอาตอนนี้? ตอนนั้นเธอและเพื่อนอันหมายถึง  ธวัช และเพื่อนของเขาอีกสองคน เธอกับธวัชแฟนหนุ่ม เดินทางจากกรุงเทพ มาเชียงใหม่ เพื่อมาร่วมงานแต่งงานของเพื่อน ซึ่งก็คือดาริณ โดยบินมาจากกรุงเทพฯแต่ขากลับ ยืมรถของเจ้าสาว มาขับไปกรุงเทพเพราะยังไง ดาริณ ก็ต้องกลับไปทำงานที่เมืองหลวงอยู่แล้ว เธอและแฟนจะบินกลับไปหลังจากเสร็จงานทางนี้

 

          วันนั้น ธวัชและเพื่อนของเจ้าบ่าว อีกสองคนคือ เนกับชิน เมามาก บอยเจ้าบ่าวจึงฝากสองคนนั่นให้กลับมากับพวกเธอด้วย ทั้งสี่เดินทางกลับในตอนกลางดึก ตั้งใจเดินทางถึงกรุงเทพตอนสายๆ แต่พอขับมาถึงจังหวัดลำพูนฝนก็ได้เทกระหน่ำมาอย่างหนัก แฟนหนุ่มของเธอก็ขับรถเร็วจนหน้าหวาดเสียว ทุกอย่างเหมือนกับความฝันที่เพิ่งฝันไป พวกเธอขับรถชนคนตาย แล้วก็หนีออกมา ที่ไม่เหมือนในความฝันเรื่องเดียวก็คือเรื่องผี…

 

          ความจริงเรื่องนี้ก็ผ่านไปนานมากแล้ว ห้าเดือนได้แล้วไม่มีใครรู้ว่าพวกเธอ ขับรถชนคนตาย เธอก็ลืมมันไปแล้วด้วยซ้ำ แล้วทำไมเพิ่งมาฝันเอาป่านนี้? มันคงจะเป็นอย่างที่เพื่อนเธอบอก เธอคงเพลียจากการเดินทางและเรื่องของแฟนหนุ่ม

 

         

          นิษา หญิงสาววัยทำงานที่เพิ่งจบปริญาตรีได้ไม่ครบปี เธอทำงานในบริษัทออกแบบเว็ปไซต์ ชื่อดังในกรุงเทพ เธอเดินทางมาเชียงใหม่อย่างเร่งด่วน เมื่อทราบข่าวว่า ธวัชแฟนหนุ่ม รถชน เธอจึงมาพักที่บ้านของ ดาวเพื่อนที่ย้ายมาอยู่ประจำที่เมืองหลวงของภาคเหนือนานแล้ว

 

         สภาพในตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ในตอนเช้าก็คราคร่ำไปด้วยยวดยานพาหนะ ไม่ว่าในเมืองเล็กเมืองใหญ่ชั่วโมงแห่งความเร่งรีบก็ไม่แตกต่างกันนัก

 

          “รถติดมากเลยนะดาว แทบจะไม่ต่างจากกรุงเทพเลย” หญิงสาวมองดูขบวนรถที่ติดยาวนั้นอย่างหงุดหงิด เธออยากจะไปดูอาการแฟนหนุ่มให้เร็ว กว่านี้

 

          “ที่ไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ ในเวลาแบบนี้”

 

          “ฉันขอบใจเธอมากๆนะที่ให้ฉันมาพัก แถมยังเป็นธุระพาฉันมาโรงบาลอีก”

 

           “ฉันบอกแล้วไงว่า ไม่เป็นไร ดีเสียอีกทีเธอมา ฉันยิ่งเหงาอยู่ด้วย อีตาบอยก็ดันไปต่างประเทศอีก” ประโยคหลังเธอเอ่ยถึงสามี ที่ไปติดต่องานต่างประเทศ

 

          “แล้ว แฟนเธอจะกลับมาเมื่อไหร่ล่ะ” นิษาถาม

 

          “โน้น ต้นเดือนกุมภา โน้นแหละ”

 

          “ดีจริงกลับมาคงได้เลื่อนตำแหน่งแน่ๆ เฮ้ออย่างน้อยเธอก็โชคดีกว่าฉันมากในเรื่องแฟน วัชนะวัชบอกให้มาพร้อมกันก็ไม่เชื่อ ดันมาก่อนเป็นไงละ” ประโยคหลังเธอป่นเรื่องแฟนหนุ่มที่เอารถไปชนจนต้องนอนโรงพยาบาล

 

          “ฉันว่า แฟนเธอคนนี้ยังไงไม่รู้ดูหลุกหลิกไม่น่าเชื่อถือ ถามจริงๆเธอคบกับเขาได้ยังไง ไม่แน่ที่ขับรถหนีมาเที่ยวก่อนแบบนี้เพราะอยากจะมาหาสาว ล่วงหน้าละมั้ง”

 

          “ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ฉันเลิกแน่”

 

          “จ้าแล้วจะคอยดู ไปซะทีสิ ไฟเขียวแล้ว” ประโยคหลัง ดาริณว่าให้รถคันข้างหน้าพร้อมกับ บีบแตรรถสองครั้ง เป็นการเตือนให้คันหน้ารู้ตัว

 

          ไม่นานรถอีโคคาร์สีเขียวทั้งคัน ก็เคลื่อนตัวมาถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัด เมื่อทราบข้อมูลห้องเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็รีบเดินไปที่ห้อง ใช้สายตาเพ่งมองอยู่นานกว่าจะพบแฟนหนุ่มนอนอยู่ที่เตียงริมหน้าต่างในห้องมี แต่ คนป่วยที่มีสาหตุมาจากอุบัติเหตุเหมือนกัน บางคนร้องครางอย่างเจ็บปวด บางคนมีผ้าพันแผลอยู่รอบตัว นิษา กับดาวเดินฝ่าคนป่วยหลายเตียงกับกลิ่นยาฉุนจนน่าเวียนหัว มุ่งหน้าไปหาคนรักของเธอ

 

          สภาพของแฟนหนุ่ม นอนอยู่บนเตียง นิ่งสนิท หัวมีผ้าพันแผลหนาเห็นรอยเลือดซึมออกมาอย่างชัดเจน ที่คอก็มีผ้าพัน ดวงตาปิดสนิทส่วนร่างกายส่วนอืนไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร

 

           “อาการหนักไม่เบาแฮะ” เพื่อนสาวที่มาด้วยกันว่า

 

           “วัช…วัช” นิษาร้องเรียกแฟนหนุ่ม

 

          “คงจะเพลีย เพิ่งหลับไปอย่าปลุกเขาเลย” 

 

          ทั้งสองจึงยืนดูคนป่วยอยู่เงียบๆ แววตาของนิษามองคนบาดเจ็บอย่างโกรธๆ

 

         “น้อยๆหน่อย แฟนเธอเจ็บอยู่นะ นิ” ดาริณ มองหน้าเพื่อนสาวอย่างอดที่จะขำไม่ได้ที่เห็นเพื่อน แค้นแฟนหนุ่มที่หนีมาเที่ยวก่อน

 

          “ก็มันจริงไหมเล่า แทนที่หยุดยาวนี้จะได้ไปเที่ยวด้วยกันดันมาก่อน คอยดูเถอะฟื้นมาเมื่อไหร่ฉันจะด่าให้เช็ดเลย”

 

          “ขอโทษนะคะ ขอดูคนไข้ก่อนนะค่ะ” ทั้งสองหันไปมองพยาบาลที่เดินเข้ามา จึงเดินเลี่ยงออกมาจากเตียงคนป่วย

 

          ทั้งสองดูนางพยาบาลมาเช็ควัดไข้และดูแผลแฟนหนุ่มของนิษาอย่างเงียบๆ

 

          “เขาเป็นอะไรมากไหมคะคุณพยาบาล” นิษาถามทันทีที่ นางพยาบาลตรวจเสร็จ

 

          “เอ่อ คุณหมอบอกว่า อาการโดยทั่วไปไม่มีอะไรมากนะค่ะแต่…”

 

          “โชคดีจริงๆ ฉันเห็นสภาพรถแล้ว แทบจะไม่อยากเชื่อว่าจะเจ็บเพียงแค่นี้”

 

          “แต่อะไรเหรอค่ะ?” นิษาไม่สนใจที่เพื่อนพูดหันไปถามพยาบาลสาวอีกครั้ง

 

           “คนไข้โดนอะไรบางอย่างกระแทกที่คอ ทำให้กล่องเสียงช้ำตอนนี้ยังพูดอะไรไม่ได้ค่ะ ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” ว่าแล้วนางพยาบาลก็ได้เดินออกไป

 

          “พูดไม่ได้ โดนอะไรกระแทกที่ คอ?” นิษา ทวนคำ

 

           “พวงมาลัยมั้ง ฉันว่าเราไปหาอะไรทานก่อนไหมเดี๋ยวค่อยขึ้นมาใหม่”

 

           “ก็ดี” ทั้งสองกำลังเดินออกไป แต่เกิดเสียงดังที่เตียง นิษาจึงมองไปที่คนป่วยอีกครั้ง

 

          แฟนหนุ่มที่นอนหลับไปได้ตื่นขึ้นมา ส่งเสียงครางเบาๆ

 

          “วัชๆ วัชเป็นอะไรมากไหมเจ็บตรงไหนบ้าง ทำไมไม่รอนิษาก่อน ทำไมต้องรีบมาขนาดนั้น” หญิงสาวเดินไปที่แฟนหนุ่ม

 

          ชายตาของแฟนหนุ่มแสดงออกถึงความหวาดกลัว พยายามเปล่งเสียงออกจากคออย่างอยากลำบาก

 

          “อย่าพยายามพูดเลยวัช นายนะเจ็บคออยู่ไม่ใช่เหรอ เอานี่” ดาริณค้นกระเป๋ายื่นปากกาและกระดาษให้ชายหนุ่ม

 

          นิษาปรับระดับเตียงให้สูงขึ้น ให้ชายหนุ่มอยู่ในท่าานั่งพิง แฟนหนุ่มของนิษารับกระดาษกับปากกาแน่น

 

          “บอกมาสิ ว่าไปขับอีท่าไหนหือ ถนนก็ตรงแน่วซะขนาดนั้น ดันขับยังไง ให้ข้ามไปชนต้นไม้ของถนนอีกฟากได้” ดาริณถาม

 

          ชายหนุ่มเขียนลงบนกระดาษอย่างช้าๆโดยที่มี นิษาเอาหนังสือมารองให้เขียน เมื่อเขียนเสร็จเขาก็ยื่นให้แฟนสาว  นิษารับมาอ่านดู

 

          …ไอ้เน…

 

          “ไอ้เน เนไหนล่ะ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่นายเอารถไปลงข้างทาง” ดาริณที่ชะโงกหน้ามาอ่านด้วยพูดด้วยความสงสัย

 

          “เขียนให้เข้าใจหน่อยสิ วัช นิษาไม่เข้าใจเลย”

 

          ธวัชจึงรับกระดาษมเขียนอีกครั้ง คราวนี้เขียนนาน หญิงสาวทั้งสองคนมองชายหนุ่มที่ดูอิดโรยด้ยความกังวล ไม่นานเขาก็เขียนเสร็จ นิษากำลังจะยื่นมือไปคว้า แต่ถูกเพื่อนสาวคว้าเอาไปอ่านก่อน

 

          “ไอ้เนมันมาตัดหน้ารถ ตกใจเลยหักหลบ ออกข้างทางแต่รถที่วิ่งมาเร็ว ทำให้ทะลุข้ามถนนไปอีกเลน ชนกับต้นสัก”

 

          “แล้วไอ้เนมันเป็นใคร ฉันไม่เข้าใจช่วยเขียนให้เป็นภาษาคนหน่อย” น้ำเสียงของเพื่อนนิษาเริ่มแสดงความหงุดหงิด ก่อนจะยื่นกระดาษไปให้คนป่วยอีกครั้ง

 

          คราวนี้ทุกคนได้ยินเสียงหอบของธวัชอย่างชัดเจน ดูเขาหวาดหวันก่อนจะจรดปากกาเขียน แล้วไม่นาน เขาก็เขียนอีกครั้ง พอเขียนเสร็จ เพื่อนสาวของนิษาก็รับไปอ่าน แล้วก็ยืนนิ่งอย่างผิดปกติ จนแฟนสาวของธวัชสงสัย

 

          “ทำไม เกิดอะไรขึ้นเหรอ”

 

           “เธออ่านเองก็แล้วกัน” พูดเสียงสั่นๆยื่นกระดาษมาให้ นิษารับมาอ่าน

 

 

          …ไอ้เน เพื่อนที่ขับรถชนตายเมื่อสองเดือนที่แล้ว มันเดินมาตัดหน้ารถ…

 

          “เรื่องมันยังไงกันแน่ ฉันไม่เข้าใจอยู่ดี” นิษาว่า

 

          “นี่เธอไม่เข้าใจจริงๆเหรอ ก็เห็นชัดๆว่าแฟนเธอถูกผีหลอกนะสิ”

 

          “ผี? แล้วคนชื่อ เน เนี่ยมันเป็นใคร”

 

          ดาริณ ถอนหายใจแรงอย่างอ่อนใจ

 

          “นี่เธอจำนายเนติพงษ์ ไม่ได้จริงเหรอ คนที่มางานแต่งฉันไง ตอนกลับยังกลับไปด้วยกับพวกเธอไม่ใช่เหรอ”

 

          แล้วนิษาก็จำได้ ชายหนุ่มที่เมามายอยู่หลังรถ ตอนกลับไปกรุงเทพด้วยกัน เนติพงษ์เป็นเพื่อนของสามีของดาริณและรู้จักกับ ธวัช ดี เขาจึงขอติดรถกลับกรุงเทพด้วย หลังจากกลับไปกรุงเทพครั้งนั้น เธอก็ไม่ได้ยินข่าวคราวของเขาอีกเลย

 

           “เขาตายแล้ว เหรอ? ดาว!” หญิงสาวถามเสียงเบาหวิว จู่ๆก็รู้สึกขนลุกซู่ทั้งตัว

 

          “ใช่ บอยแฟนฉัน ยังไปร่วมงานศพ ของ เพื่อนเขา อยู่เลย แต่ฉันไม่ได้ไปหรอกนะ มิน่าตอนแรกฉันก็แปลกใจว่าที่ แฟนเธอเอารถไปชนนะมันคุ้นๆ”

 

          “ยังไงเหรอ”

 

          “ก็มันที่เดียวกันกับที่นายเนติพงษ์ เอารถไปชนนะสิ บรื๋อ แค่นึกก็กลัว ผีนาย เน นั่นมันคงเห็นแฟนเธอขับรถมาเลยมาหลอก”

 

          นิษาอ่านแล้ว เอะใจบางอย่าง มันดูแปลกๆ วูบหนึ่งเธอรู้สึกหนาวยะเยือกบริเวณต้นคอจู่ๆเธอก็นึกถึงความฝันเมื่อคืน นิษาเหมือนคิดอะไรได้ จึงเอ่ยกับเพื่อนสาว

 

          “ดาว เดียวเธอพาฉันไปดูที่เกิดเหตุหน่อยได้ไหม”

 

          “เธอจะบ้าเหรอ ไปดูทำไม ไกลนะ อีกอย่าง อ่านที่แฟนเธอเขียนแล้วฉันกลัวอ่ะ”

 

          “เถอะน่า ไปส่งฉันหน่อย นี่ก็กลางวันแดดเปรี่ยงขนาดนี้จะกลัวทำไม” นิษาว่าแล้วหันไปมองแฟนหนุ่มที่อ่อนเพลียหลับไปอีกครั้ง เธอถอนหายใจดัง

 

            …หวังว่าจะไม่เป็นอย่างที่คิดนะ…  หญิงสาวคิดรู้สึกหวั่นใจอย่างไรชอบกล มันจะเกี่ยวอะไรกับความฝันหรือเปล่า?

 

 

          ช่วงบ่ายหลังจากทานข้าวเที่ยงหลังเยื่ยมแฟนหนุ่มแล้ว นิษาก็ชวนเพื่อนสาวขับรถไปดูที่เกิดเหตุ อากาศหนาวเย็นในเดือนธันวาคมก่อนจะสิ้นปี มลายหายไปกับไอแดดที่แผดเผา กว่าจะขับรถออกมาได้ก็เกือบบ่ายสี่โมงเย็นเพราะ ดาริณต้องกลับไปบ้านนำสร้อยพระเส้นใหญ่ที่มีพระอยู่หลายองค์ มาคล้องคอ

 

           “เธอนี่จะกลัวเวอร์เกินไปแล้วนะ เราแค่ขับรถผ่านๆเท่านั้นเอง”

 

          “จ้าแม่คนเก่ง แล้วเมื่อคืนใครกันที่ฝันร้ายละ ฉันเห็นเธอตัวสั่น เป็นเจ้าเข้า”

 

          นิษายิ้มเจื๋อน นึกถึงความฝันเมื่อคืนมันเหมือนจริงมากๆ เพี่ยงแต่มันแต่งเติมจากเรื่องราวเมือกว่าห้าเดือนที่แล้ว ที่พวกเธอขับรถชนคนตายแล้วหนีมา มาก ยิ่งนึกก็ยิ่งหวาดกลัว

 

          “แค่ขับผ่านๆนะ ฉันไม่จอดจริงๆด้วย” ดาริณย้ำ

 

          “อื่ม”

 

         รถคันเล็กแล่นเข้าเขตจังหวัดลำพูน จู่ๆฟ้าก็มืดครึ้มอย่างรวดเร็ว นิษามองดูท้องฟ้าอย่างแปลกใจ

 

         “เฮ้ยไงเนี่ย จู่ๆ ท้องฟ้าก็มามืดแบบนี้”  คนขับที่ยิ่งใจไม่ค่อยดีร้องเสียงดัง

 

          “อีกไกลไหม”

 

          “ไม่แล้วล่ะ เดี๋ยวเธอมองไปที่ต้นสักต้นใหญ่ๆที่อยู่ข้างทางนี้แหล่ะ ที่นี่เกิดอุบัติเหตุบ่อยมากๆ เดือนหนึ่งต้องมีสักหนึ่งรายที่ต้องมาตายเฝ้าถนนที่นั่น”

 

         นิษาหันมามองออกนอกรถ ถนนสายนี้ปลูก ต้นสักอยู่ข้างทางเป็นแถวแนว เริ่มผลัดใบ จนเห็นแต่กิ่งก้าน

 

          “นั่นไง ต้นใหญ่ที่สุด นั่นนะ” เสียงของเพื่อนสาวร้องทำให้นิษาหันไปมองทางข้างหน้า ต้นสักขนาดหนึ่งคนโอบ ตระหง่านอยู่ข้างทาง บริเวณโคนต้นมีผ้าแพรสามสีผูกไว้ ทำให้ดูขลังอย่างประหลาด เมื่อรถเคลื่อนที่ไกลเข้า ก็เห็นธงสีแดงสดเล็กๆ ปักอยู่บนกองทราย นิษาหันไปมองตามทั้งที่รถขับผ่านไปแล้ว

 

          นิษานั่งนิ่งซ็อค กับสิ่งที่ได้เห็นเธอจำได้แ้จะผ่านไปกี่เดือนก็จำได้ดี ที่นี่แหละ

 

          …นี่มันที่เดียวกันกับที่พวกเขาชนคนตายเมื่อห้าเดือนก่อน!...

 

          “เป็นอะไรยัยนิ ถึงกับกลัว จนพูดไม่ออกหรือไง ฉันว่าถ้า นายวัชหายพาเขาไปอาบน้ำมนต์ล้างเคราะห์เสีย ถึงขนาดมีผีมาหลอก ทำให้รถชนขนาดนั้น”

 

          “ที่นี่ มัน?” หญิงสาวพึมพำ

 

          “อะไรเหรอ?”  

 

          “ปละ…เปล่าไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่ ดาว ฉันเห็น ธงแดงๆปักอยู่ที่นั่นด้วยเขาปักทำไมเหรอ”

 

          “นั่นแหละ เขาเรียกว่า ตุงแดง สัญลักษณ์แห่งความตายละ เขาปักไว้เพื่ออะไรจริงๆฉันก็ไม่รู้หรอก แต่ถ้าเห็นเมื่อไหร่ นั่นแหละ แสดงว่ามีคนตายโหงอยู่ที่นั่น” เพื่อนสาวอธิบาย

 

          “สัญลักษณ์แห่งความตาย?” นิษาทวนคำ รู้สึกหนาวขึ้นมาทันที

 

          “ใช่ เออนี่ แล้วเราจะทำยังไงต่อ จะแวะไปดูรถที่ชนไหม ป่านนี้คงจอดอยู่โรงพัก ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ จะไปหรือเปล่า?”

 

          “อื่ม” นิษารับคำแบบไม่ใส่ใจ เพราะตอนนี้เธอกำลังจมอยู่ในความคิดและความกลัว ใครจะพาเธอไปไหนก็ได้ทั้งนั้น

 

          รถอยู่ในสภาพ พังยับ กระโปรงหน้ารถโก่งงอตัว ไฟหน้าแตก จอดอยู่กลางแดด หลังสถานีตำรวจทางหลวง นิษาแปลกใจที่ รถพังขนาดนี้แต่เท่าที่ดูต้นสัก แค่มีรอยถลอกๆเท่านั้น

 

          “เธอดูไปก่อนนะ ฉันจะไปคุยกับตำรวจก่อน ถามอะไรนิดหน่อยน่ะ”

 

          โดยไม่รอคำตอบของเพื่อนสาว ดาริณ ก็เดินไป นิษา เดินดูสภาพรถ ของแฟนหนุ่มอย่างละเอียด หญิงสาวเดินอ้อม เพื่อจะไปดูหลังรถ ท้องฟ้าครึ้มมืดลงไปเรื่อยๆ

 

          นิษาก้มดูไฟท้ายรถก่อนจะขึ้นมาดู แล้วก็ตกใจหวีดร้อง เสียงดังเมื่อกระจกประตูหลังรถมีตัวหนังสือเขียนด้วยสีแดงเข้มสี ราวกับเลือด  ว่า

 

          ...กูจะฆ่าพวกมึงทุกคน...


Comment

Comment:

Tweet

@cutsection ขอบคุณมากครับสำหรับคำแนะนำครับดีใจมากที่มีคนช่วยวิฯให้ จะได้นำไปปรับปรุงครับ
@novemberd สำหรับคุณ ผมต้องขอบคุณมากๆครับ ที่ชอบ แต่ เอ่อ ผมกลัวคุณจะผิดหวังในตอนสุดท้าย ตอน 4 นะ แนะนำมาได่้ครับเรื่องพิมพ์ผิดเป็นความผิดของผมที่ไม่ได้อ่านทวนเลย ขอบคุณคร้าบbig smile big smile big smile

#3 By ฮางมะ on 2013-08-28 21:05

อื้อหือ นั่งอ่านคนเดียวเงียบๆลุ้นตัวโก่งเสียวสันหลังวาบเชียวล่ะ เรื่องราวเข้มข้นมาตั้งแต่ตอนก่อน บอกตามตรงนี่เป็นบล็อคที่ผมให้ความสนใจที่สุดในอาทิตย์นี้เลย 555 Hot! Hot! Hot!
ปล. ด้วยความที่ให้ความสนใจอ่านซ้ำไปมาหลายครั้งเลยเจอจุดติอยากแนะนำเรื่องคำผิดที่ตัวสะกดบนแป้นพิมพ์อยู่ใกล้กันจนเผลอพิมพ์เร็วกดผิดไปเล็กน้อยนะ หวังดีเลยติเตือน confused smile confused smile confused smile
ตอนนั้นเธอและเพื่อนอันหมายถึง ธวัช และเพื่อนของเขาอีกสองคน เธอกับธวัชแฟนหนุ่ม
น่าจะบรรยายแบบนี้นะ
ตอนนั้นเธอและแฟนหนุ่ม ธวัช พร้อมกับเพื่อนเขาอีกสองคนเนกับชิน

#1 By แสนไกร on 2013-08-28 09:40