ศพข้างทาง

posted on 26 Aug 2013 09:04 by hangma directory Fiction

สายฝนโปรยปรายมาอย่างชุ่มฉ่ำ พรำมาอย่างไม่ขาดสาย เสียงฟ้าคำรณคำรามดังทั่วบริเวณ ม่านสายฝนบดบังการมองเห็นทาง ที่ปัดน้ำฝนทำงานอย่างไม่ได้หยุดหย่อนเพราะคนขับปรับความเร็วให้อยู่ระดับสูงสุด รถอีโคคาร์คันกระทัดรัดวิ่งผ่านม่านฝนด้วยความรวดเร็ว

 

       ห้าทุ่มห้าสิบห้านาที

 

       นิษา หญิงสาววัยยี่สิบสองปีนั่งมองคนขับด้วยความเป็นห่วง เพราะเขาไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะขับได้ กลิ่นสุรายังคละคลุ้ง แต่ ธวัช เป็นคนที่ดื้อมากทั้งทีเมาขนาดนั้นแต่ยังยืนยันจะขับรถให้ได้ เธอหันไปมองเบาะหลัง มอง ดูเพื่อนร่วมเดินทางเป็นชายสองคนก็อยู่ในสภาพเมาแอ๋หนักกว่าคนขับเสียอีกจะพึ่งพาให้ห้ามปรามเพื่อนก็คงไม่ได้ เส้นทางนี้ก็ยังอีกยาวไกลจากเชียงใหม่ไปกรุงเทพฯอีกหลายร้อยกิโลเมตร

 

       นิษาถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย พวกเธอเดินทางมาร่วมงานแต่งงานเพื่อนที่เชียงใหม่ ทั้งๆที่รู้ว่าตองกลับกรุงเทพฯหลังงานเลี้ยง แต่ธวัช ยังคงดืมมากเตื่อนเท่าไหรก็ไม่ฟังสุดท้ายก็เมาขนาดนี้

  

       เสียงดนตรี จังหวะเร้าใจดังก้องอยู่ภายในรถ คนขับรถโยกศรีษะไปมาตามจังหวะเพลงพร้อมเร่งความเร็ว ขับปรู๊ดปร๊าดแซงซ้ายป่ายขวาจนน่าหวาดเสียว

 

       “ช้าๆหน่อย วัช ขับเร็วไปแล้วนะ” เธอตะโกนบอกแข่งกับเสียงเครื่องเสียง

 

       “โธ่ นิ แค่นี้น่ะเร็ว? ยังช้าไปมากกว่า เร็วมันต้องอย่างงี้” แฟนหนุ่มขี้เมาพูดแล้วเยียบคันเร่ง เพิ่มความเร็วไปอีก รถคันเล็กทะยานฝ่าสายฝนและถนนอย่างรวดเร็วจนคนที่นั่งด้วยต้องเกรงตัว

 

       “วัช ระวังไฟแดง!” เสียงนิษากรีดร้องดังขึ้น หลับตาปี๋เมื่อรถขับฝ่าไฟแดง ทั้งที่อีกด้านไฟเขียวเจิดจ้า รถด้านนั้นกำลังออกตัวมา หญิงสาวหวาดกลัวแทบซ็อคไม่นานเธอก็รู้ว่าเธอไม่เป็นอะไร

 

       เสียงแฟนหนุ่มหัวเราะ ดัง หญิงสาวโกรธเขามากทุบแขนชายหนุ่ม

 

       “อย่าทำบ้าๆแบบนี้นะ เธอจะบ้าหรือไง เมื่อกี้ถ้าชนขึ้นมาเธอจะพาเราตายกันหมดนะ!” แล้วหญิงสาวก็เอื้อมมือมาปิดเพลงที่ดังอย่างน่ารำคาญนั้นเธอโกรธมากใจเต้นโครมครามไปกับเหตุการณ์เมื่อกี้นี้

 

       “โธ่ ก็จังหวะมันติดพันนะ”

 

       “จอดรถเดี๋ยวนี้เลยนะ เธอเมาแล้วนะวัช ฉันจะขับเอง”

 

       “ฝนตกแบบเนี้ย นิขับไม่ได้หรอกทางก็ไม่คุ้นให้เราขับต่อเหอะ” ธวัชว่า แต่หญิงสาวไม่ยอม

 

       “จอด บอกให้จอด!” นิษาบอกพยายามยื้อยุดฉุดพวงมาลัยให้มาข้างทาง เธอจะไม่ยอมเอาชีวิตมาเสี่ยงกับเขาอีกแล้วธวัชคิดว่าชีวิตเป็นเรื่องล้อเล่นกันหรือไร

 

       “ไม่น่านิ ผมขับได้!” แฟนหนุ่มตวาด แต่ทั้งสองก็ยื้อยุดฉุดกระชาก กันไปมา ไม่ทันมองทางข้างหน้าที่มีคนๆหนึ่งเดินข้ามถนนมา แต่รถเก๋งญี่ปุ่นที่วิ่งส่ายไปมาราวกับงูเพราะคนในรถแย่งพวงมาลัย

 

      “ระวัง!” นิษาร้องขึ้นสุดเสียง เมื่อรถเก๋งคันเล็กของเพื่อนเธอกำลังถลาไปหาชายคนนั้น

 

       ตุบ! เสียงของร่างคนกระทบกับรถ

 

       รถกระแทกกับร่างนั้นเสียงดัง  ชายผมยาวที่กำลังเดินช้ามถนนถูกชนอย่างรุนแรงด้วยความเร็วร้อยห้าสิบ กิโลเมตรต่อชั่วโมง กระเด็นมากระแทกกระจกหน้ารถอย่างรุนแรง เลือดสีแดงสาดอาบอยู่กระจกหน้ารถ ก่อนที่ร่างนั้นไถลตกลงไปด้านข้าง กว่าแฟนหนุ่มของนิษาจะแตะเบรค รถอีโคคาร์ ได้ก็ห่างออกมาจากที่เกิดเหตุเกือบยี่สิบเมตร!

 

       การเบรกกระทันหันทำเอาทั้งคู่หัวกระแทกเข้ากับคอนโซลหน้ารถ ดีที่ทั้งคู่ต่างคาดเข็มขัดนิรภัยไว้ จึงไม่เจ็บอะไรมาก ขณะที่คนเมาทั้งสองที่เบาะหลังล้มหัวกระเทกกับเบาะหน้าแต่กระนั้นก็ยังเมาคอพับคออ่อนอยู่ตรงนั้น ตอนนี้ธวัชแทบจะสร่างเมาส่วนนิษาเอามือคลำหัวป้อยๆ

 

       “เราขับรถชนคน! เห็นไหมวัช บอกแล้วว่าอย่าขับเร็วนี่ชนใครก็ไม่รู้แล้วเขาจะตายหรือเปล่า ” หญิงสาวพูดรั่วอย่างตกใจ

 

       “ใจเย็นๆสิ นิ”

 

       “ใจเย็นงั้นเหรอ เราเพิ่งขับรถชนคนมาเมื่อกี้ วัชบอกให้นิษาใจเย็นได้งั้นเหรอเป็นเพราะวัชคนเดียวแท้ๆบอกแล้วอย่าขับรถเร็วก็ไม่เชื่อ ทีนี้เราจะทำยังไง”

 

       “เงียบ! ถ้าไม่ใช่เพราะนิแย่งพวงมาลัยจากวัช มันจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นเหรอ” ชายหนุ่มตวาด

 

       “อ้อนี้ วัช จะโทษนิษาเหรอ ไปเลยนะลงไปดูเขาเลย ไม่รู้เขาจะเป็นยังไงบ้าง”

 

       “ไปให้โง่สิ ยังไงก็ไม่มีใครเห็นอยู่แล้ว รีบชิ่งหนีดีกว่า” ธวัชว่า

 

       “ไม่ เราจะทำแบบนั้นได้ยังไงไปดูเขาถ้าเขาบาดเจ็บเราจะได้ส่งโรงบาลได้”

 

       ธวัชถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน พูดน้ำเสียงเบา

 

       “นี่ นิ อย่าโง่ไปหน่อยเลยน่า เราต้องรีบกลับกรุงเทพนะคิดซะบ้างสิ ถ้าเราส่งเขาไปหาหมอ เราก็ต้องอยู่นี่อีกนาน ตำรวจก็ต้องซักถามหลายละเอียดอีก ผมไม่เอาด้วยหรอก”

 

        นิษานั่งนิ่ง ชายหนุ่มจึงเข้าเกียร์ พร้อมจะขับออกไป แต่แฟนสาวจับยึดพวงมาลัยค้างไว้

 

       “ปล่อย นิ เดี๋ยวรถคันอื่นขับมาเห็นหรอก เรารีบไปเถอะ”

 

       “วัช นิษาไม่คิดเลยว่าวัชจะเป็นคนอย่างนี้เห็นแก่ตัวอย่างที่สุด นี่คนทั้งคนนะเป็นตายยังไงก็ไม่รู้ เราจะทิ้งเขาไปได้ยังไง ลงไปช่วยเขาเถอะ” แฟนสาวยืนยันในคำเดิมคือให้ชายหนุ่มลงไป

 

       “แต่เรามีงานรออยู่นะ นิคุณก็รู้ ปล่อยเขาไว้ตรงนั้นเถอะ เราโทรศัพท์หาตำรวจเอาก็ได้ เดี๋ยวเขาก็มาแล้ว”

 

       “กว่าตำรวจจะมาถึงเขาอาจตายไปแล้วก็ได้”

 

       “ปล่อย นิ!” แฟนหนุ่มตวาด

 

       “ไม่! จนกว่าวัชจะลงไปช่วยเขา” หญิงสาวตอบกลับด้วยเสียงที่ดังเช่นกัน

 

        ขณะที่สองคนทุ่มเถียงกันนั้น ประตูรถด้านหลังก็เปิดออก ทั้งสองหันไปมองเป็นเพื่อนที่เมาอยู่หลังรถเปิดประตูเดินออกไป!

 

       “เฮ้ย ไอ้ชิน ไอ้เนพวกมึงสองคนจะไปไหน!” ชายหนุ่มร้องเรียก แต่ทั้งสองคนเดินออกไปกลางสายฝนที่กระหน่ำมาอย่างรุนแรง

 

       “ไปลงไปดูพวกเขาสิ” หญิงสาวกระตุ้น แฟนหนุ่ม

 

       ทั้งสองเดินออกมา ท่ามกลางเสียงฟ้าคำรณคำราม สายฟ้าแลบ แสงสว่างวาบ เห็นสองคนนั่นไม่ได้เดินไปที่ร่างคนที่แน่นิ่งแต่กลับเดินไปที่ข้างทาง เพื่อไปปลดทุกข์เบาจากฤทธิ์ของน้ำเมาที่ดืมกันมาอย่างหนัก ทั้งสองไม่รู้กันด้วยซ้ำว่าเกิดรถชน

 

       ทันทีที่ออกมาจากรถ อากาศเย็ยเยียบก็พุ่งมาจู่โจม เสียงที่ปัดน้ำฝนหน้ารถยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างต่อเนื่อง เสียงคล้ายเป็นจังหวะหัวใจเต้น หญิงสาวไม่กล้าก้าวเท้าให้ห่างจากรถ มองดู แฟนหนุ่มไปตามตัวเพื่อนสองคนให้มาขึ้นรถ นิษา หันไปมองร่างที่แน่นิ่งนอนไหวติงอยู่ริมทางใกล้ ตันสักที่ปลูกไว้ริมทางต้นใหญ่ห่างออกไม่มาก อย่างช่างใจนี่เธอจะทำอย่างไรี

 

       คืนนี้ถนนโล่ง อาจเพราะดึกมากและฝนตกหนักจึงไม่มีใครจะสัญจรไปไหน ใจหนึ่งเธอก็กลัวแต่ใจหนึ่งเธอก็อยากไปดูร่างที่แน่นิ่งนั้น อีกใจก็ไม่กล้า

 

       ในที่สุด ความเป็นห่วงเพื่อนมนุษย์ด้วยกันก็ทำให้ หญิงสาวค่อยๆเดินไปใจเต้นโครมครามหวังให้ร่างนั้นยังมีชีวิตอยู่ สายฝนตกกระหน่ำจนร่างเธอเปียกปอน เพียงเดินไปไม่นานเธอก็ได้กลิ่นคาวเลือด ใจเริ่มรู้สึกไม่ดี

 

       “คุณ…คุณคะ…คุณ” หญิงสาว ร้องเรียกอย่างกล้าๆกลัวๆ สาวเท้าเดินไปให้เร็วขึ้นเธอหวังว่า จะได้ยินเสียงครางอย่างเจ็บปวดเบาๆ ซึ่งจะแสดงว่าเขายังมีชีวิตอยู่ แต่เปล่าเลย มันไร้ซึ่งเสียงใดๆออกมาจากร่างนั้น เมื่อเดินเข้ามาใกล้ เธอก็เห็นว่าเป็นผู้ชายคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางเลื่อดที่ไหลออกมาเป็นวงกว้างอาบไปทั่วพื้นถนน

 

       “คุณคะ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆ กลับมา เธอก้มตัวไปดู แสงฟ้าแลบ สว่างวาบ  ทำให้เห็น เสี้ยวหน้า ข้างซ้าย ที่เห็นดวงตาปิดสนิท เอามือไปอังที่ริมจมูกของร่างที่แน่นิ่งนั้นช้าๆ เท่านั้นเธอก็รู้ว่า ชายคนนี้ได้ตายไปแล้ว นิษา ตกใจมากเหลือเกิน มือเท้าชา แล้วเธอก็ต้องช็อคต่ออีกครั้ง เมื่อฟ้าแลบสว่างวาบอีกรอบ เธอเห็นดวงตาของศพที่เคยปิดสนิทนั้นเบิกโพลง มองมาที่เธออย่างอาฆาต!

 

       หญิงสาว กรีดร้อง ด้วยความตกใจเธอผงะถอยหนีแต่ก็มีมือมาจับยึดขาขอเธอไว้ เสียงของหญิงสาวยิ่งแผดเสียงเข้าไปอีก เธอสะบัดเท้าหลุดออกจากมือนั้นก่อนจะวิ่ง  แล้วก็เห็น แฟนหนุ่มกับเพื่อนของเขานั่งอยู่ข้างทาง หันหน้าไปทางต้นสักใหญ่

 

       “วัช! นิษาว่าเรารีบไปเถอะ” หญิงสาวเขย่าแขนของแฟนหนุ่มพลางมองไปข้างหลังอย่างระวัง แต่ร่างที่เธอเขย่าก็ล้มลงหญิงสาวหันมามองแฟนหนุ่มอย่างเต็มตาก็พบว่า ร่างของธวัชนอนแน่นิ่ง มีมีดปักคาอก ดวงตาหวาดกลัวสุดขีด เมื่อศพของ ธวัชล้มลง ร่างของ เนติพงษ์ กับชินวรณ์ก็ล้มลงพร้อมกันสภาพทั้งสองก็ไม่ต่างไปจาก ธวัชเลย มีมีดปักคาอกไว้เลือดสีแดงฉายฉาน

 

       นิษา หวีดร้อง เธอรู้สึกหวาดกลัวสุดขีด

 

       …นี่มันอะไรกัน!มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!...

 

      

       หญิงสาววิ่งกลับเข้าไปที่รถ เธอเข้าไปในรถปิดประตูดัง ปัง! ห่อตัวนั่งอยู่ที่คนขับร้องไห้ สายฝนยังโปรยลงมาอย่างไม่ขาดเม็ด เธอมองไปรอบทิศทางอย่างหวาดผวา แล้วก็ติดเครื่องยนต์ แต่รถกลับสตาร์ทไม่ติด!

 

       แล้วทันใดนั้นก็รู้สึกถึงสิ่งที่มีน้ำหนักกดทับอยู่บนหลังคารถ เสียงดังเธอมองขึ้นอย่างตกใจ ไม่นานสายฝนที่ตกบนหลังคานั้นก็ไหลลงที่ กระจกหน้ารถแต่น้ำที่ไหลลงนั้นทำเอาหญิงสาวตัวชาแข็งเพราะน้ำที่ไหลลงมาอาบนั้นมีแต่เลือดที่ไหลลงมาที่ปัดน้ำฝนยิ่งทำให้เลือดป้ายเต็มกระจก!

 

       ทันใดนั้นก็มีอะไรบางอย่างไถลลงมา เธอรู้ได้เลยว่ามันเป็นขาของคน มันค่อยๆครูดไถล เธอได้ยินเสียงกระจกครูดดังอย่างชัดเจน จากเท้ามา แข้ง ขา ลำตัวทุกอย่างไถลลงมาอย่างช้าๆ จนถึงใบหน้าที่เบิกโพลง! เป็นศพของชายคนนั้นเอง!

 

       ใบหน้านั้นมองมาอย่างเกรี้ยวโกรธใช้มือทั้งสองข้างของมันทุบกระจกอย่างบ้าคลั่ง พยายามเข้ามาในตัวรถ

 

       “ไม่!” นิษา กรีดร้อง หลับตาแน่น....

 

                                                                            โปรดติดตามตอนต่อไป>>>

edit @ 26 Aug 2013 09:22:55 by ฮางมะ

Comment

Comment:

Tweet

คุณ @novemberd จริงแล้วผมมีประสบการณ์เกี่ยวกับฝนเยอะก็เลยเอามาถ่ายทอด ชอบหรือเปล่า จริงแล้วคิดว่าไม่นะ555
ขอบคุณที่ติดตามครับผม แต่วันนี้เวลาไม่พอลงวันพรุ่งนี้จะลงครับ
big smile

#3 By ฮางมะ on 2013-08-27 06:34

@zernay อ่านป่าว หนุกนะ มีนายด้วย โหะๆ
โหย นี่แต่งขึ้นใช่มั้ยครับ ปกติไม่ค่อยอ่านนิยายเท่าไหร่นะเลยแยกไม่ออกว่าเรื่องนี้เป็นประเภทอะไร แต่คิดว่าน่าจะสยองขวัญ แล้วพออ่านแล้วตื่นเต้นสุดๆเลย เนี่ย ตอนนี้ติดตามอัพเดทเลยทีเดียว 5555555  Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
ชอบๆ
ปล.คุณ @hangma ชอบฝนเหรอครับ เท่าที่ดูมีแต่เรื่องราวเกี่ยวกับฝนทั้งนั้นเลย open-mounthed smile open-mounthed smile